ทำไม แมว จึงชอบมานอนทับทาส

ทำไม แมว จึงชอบมานอนทับทาส

แมว สำหรับทาสแมวแล้ว คุณอาจจะคุ้นชินกับการที่เจ้านายของคุณ อย่าทูนหัวแมวเหมียวนั้น มีท่าทางหยิ่งผยองบ้าง เรียกก็ไม่หัน นอกจากจะได้ยินเสียงกระป๋องอาหารเปียก แต่บางครั้งแมวน้อยนั้นกลับมาคลอเคลีย หรือบางคืนก็มานอนทับบนตัวจนเหมือนผีอำ หลายคนอาจจะเคยประสบการณ์เช่นนี้ แต่กลับไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วทำไมแมวของเราจึงชอบมานอนทับในช่วงกลางคืน วันนี้เราจะชวนทุกคนมาไขข้อข้องกันว่าทำไม เจ้านาย จึงชอบมานอนทับทาส รับรองว่ายิ่งอ่านคุณก็ยิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้านายของเรามีเมตตาต่อเรามากมายขนาดไหน แมว ชอบความสบาย หลายคนอาจจะทราบดีว่าแมวนั้น ชอบนอนในพื้นที่นิ่ม ๆ ซึ่งร่างกายของมนุษย์นั้นก็มีความอบอุ่นแถมยังนุ่มสบายไม่แพ้เตียงหรือหมอน ยิ่งมีพุงน้อย ๆ สักหน่อยรับรองว่าตกดึกมา เจ้านายของเราก็เตรียมมาจับจองพุงเป็นที่นอนคลายหนาวแน่นอน แมวชอบแสดงความเป็นเจ้าของ แม้บางครั้งแมวจะดูหยิ่งไปบ้าง แต่ความจริงนั้นแมวหวงของไม่แพ้สุนัขเลย แถมยังชอบแสดงความเป็นเจ้าของด้วยการมานอนทับ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักณ์แสดงความเป็นเจ้าของว่า ทาสคนนี้ของฉัน แมวตัวอื่นห้ามยุ่ง แมวเรียกร้องความสนใจ บางครั้งแมวก็เข้าใจยาก แม้ว่าจะไม่ชอบให้เข้าไปยุ่มย่ามแต่บางครั้งก็ชอบเรียกร้องความสนใจ อาจจะมานอนทับเพื่อผลประโยชน์บางอย่างเช่น เกาคาง ลูบหัว และถ้าหากแทวสบายใจอาจจะมีการนวดแถมทาสไปสักหนึ่งกระบวนท่าอีกด้วย แมว รู้สึกปลอดภัย เพราะนิสัยที่ขี้ระวังตัวของแมว การมานอนบนตัวทาสถือเป็นการแสดงว่ารู้สึกปลอดภัยและไว้ใจในตัวทาสเป็นอย่างมาก แมว ชอบความอบอุ่น บางครั้งอากาศในห้องก็อาจจะเย็น ซึ่งแมวมีสัมผัสต่ออุณหภูมิที่ค่อนข้างไวกว่าคน ทำให้น้องแมวนั้นชอบความอบอุ่น ถ้าหากสังเกตจะเห็นว่าน้อง ๆ ชอบไปแอบนอนตากแดด หรือหาที่อุ่น ๆ ซุก ตามตะกร้าผ้า […]

ชวนมารู้จักกับ แมวมันช์กิ้น แมวขาสั้นที่ครองใจทาสแมวทั่วโลก

แมวมันช์กิ้น

แมวมันช์กิ้น ถ้าหากคุณเป็นผู้ชื่นชอบแมว คุณอาจจะเคยเห็นเจ้าแมวขาสั้นหน้าแบ๊ว ๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กไปมา กระโดดอะไรก็ไม่ข้ามสักอย่าง แต่บางคนอาจจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว สายพันธุ์ของน้อง ๆ คือแมวมันช์กิ้น (Munchkin) เอกลักษณ์ของน้อง ๆ นอกจากขาสั้นแล้ว หน้าตาของน้องยังแตกต่างกันออกไปในแต่ตัวแต่จะไปคล้าย ๆ กับแมวพันธุ์อื่นราวกับว่าเป็นแมวพันธุ์ที่รวบรวมแมวสายพันธุ์อื่น ๆ ไว้ให้อยู่ในขนาดตัวที่ย่อส่วนลง บางครั้งแมวมันช์กิ้น จะมีหูพับเหมือนแมวสก็อตติชโฟล ขนยาวเหมือนแมวเปอร์เซีย หรือตัวลายเหมือนอเมริกัน ช็อตแฮร์ ทำให้น้องเป็นแมวที่มีสายพันธุ์หลากหลาย ดึงดูดสายตาด้วยความรัก ประวัติศาสตร์ของ แมวมันช์กิ้น แมวมันช์กิ้น (Munchkin) ที่ถูกบันทึกไว้มีประวัติค่อนข้างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ.1944 ที่ประเทศอังกฤษ มีรายงานว่าพบแมวขาสั้นครั้งแรก เชื่อว่าเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนทำให้แมวเกิดมามีขาสั้นกว่าแมวปกติ สัตวแพทย์ท่าหนึ่งได้สนใจในตัวของแมวมันช์กิ้น จึงทำการศึกษาครอบครัวน้อง ๆ มากถึง 4 รุ่น เพื่อเสาะหาที่มาของความขาสั้น ทั้งนี้การศึกษาได้หยุดไปเพราะสงครามโลก ก่อนจะมีรายงานว่าพบแมวมันช์กิ้นในยุโรปและอเมริกา นอกจานี้แมวมันช์กิ้น เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนตามธรรมชาติ (Natural mutation) เหมือนเป็นเรื่องบังเอิญที่การกลายพันธุ์นี้ทำให้แมวเกิดมามีขาสั้นและสามารถถ่ายทอดยีนที่กลายพันธุ์นี้ไปสู่ลูกได้ ซึ่งเป็นลักษณะยีนเด่น ลักษณะพิเศษของแมวมันช์กิ้น แมวมันช์กิ้น มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากแมวสายพันธุ์อื่น ๆ คือขาสั้น […]

สายพันธุ์แมวป่า ยอดฮิตที่คนมักนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง

สายพันธุ์แมวป่า

สายพันธุ์แมวป่า สำหรับใครที่เป็นทาสน้องแมวเหมียว และมีความชอบเป็นพิเศษกับสัตว์หน้าแมวอย่างเสือหรือสิงโต จะต้องถูกใจบทความที่เราจะมาแนะนำสายพันธุ์แมวป่าที่เลี้ยงได้ในวันนี้อย่างแน่นอน เพราะสายพันธุ์แมวป่านั้นจะมีหน้าตาที่น่ารักดุดันเหมือนเจ้าเสือและสิงโตแต่ก็มีความเชื่องขี้อ้อนเหมือนแมวน้อยตามบ้านจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมในปัจจุบันสายพันธุ์แมวป่าจึงกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สายพันธุ์แมวป่า ที่นิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุด 1.Caracal เป็นสายพันธุ์แมวป่าที่มาจากแอฟริกาที่มีนิสัยน่ารัก สามารถฝึกฝนให้เป็นแมวบ้านน่ารักได้แต่สิ่งที่มากับน้องแน่นอนว่า เนื่องจากเป็นแมวป่าทำให้แมวตัวนี้มีพละกำลังที่มากมายและรับประทานเนื้อเป็นอาหาร รูปร่างของแมวคาราคัลจะมีขนาดตัวยาวประมาณ 50-80 เซนติเมตร มีความสูง 50 เซนติเมตรและน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 20 กิโลกรัม มีสีขนตั้งแต่สีร้ำตาลอ่อนเข้มไปจนถึงสีแดงอิฐ ใบหูตั้งยาวสีดำ ขนสั้นแต่แน่นด้วยน่าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูจึงไม่แปลกใจเลยที่คาราคัลกลายเป็นแมวป่ายอดฮิตที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด 2.Bengal แมวป่าที่เลี้ยงได้ตัวต่อไปก็ถือเป็นสายพันธุ์แมวป่ายอดฮิตไม่แพ้คาราคัลเลย ต้นกำเนิดของแมวตัวนี้เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวป่าที่มีชื่อว่า Felis Bengalensis หรือที่รู้จักในชื่อแมวดาวเอเชียและแมวพื้นเมืองพันธุ์หนึ่งของสหรัฐอเมริกา ทำให้เบงกอลที่ลักษณะรูปร่างคล้ายแมวป่าแต่ก็มีลักษณะนิสัยที่เหมือนแมวบ้าน ขนาดของแมวตัวนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไปคือลำตัวยาว 20-25 เซนติเมตรและน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 4-7 กิโลกรัมสีลำตัวเป็นลายคล้ายเสือดาวที่เรียกว่าลาย Spotted และลายแบบ Rosettes ที่เป็นสีพื้นลำตัวตัดกับลาย  3.Savannah cat แมวซาวันน่าห์ เป็นอีกหนึ่งแมวลูกผสมระหว่างสายพันธุ์แมวป่าที่ชื่อว่า Serval และแมวบ้านดูจากชื่อก็สามารถรู้แน่นอนแล้วว่าเดิมทีสายพันธุ์แมวป่าตัวนี้จะต้องอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนาอย่างแน่นอน ลักษณะเด่นของแมวตัวนี้คือรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกับแมวป่าเซอร์วัลที่ย่อส่วนลงมา น้ำหนักสามารหนักได้สูงถึง 14 กิโลกรัมด้วยอุปนิสัยที่เชื่อง น่ารัก ขี้อ้อนและเป็นนักสำรวจจึงทำให้แมวสายพันธุ์นี้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านสุดน่ารักและทำให้ทาสแมวหลายๆคนหลงใหล ข้อควรรู้เกี่ยวการเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แมวป่า แน่นอนว่าการเลี้ยงแมวสายพันธุ์แมวป่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครทุกคนสามารถเลี้ยงได้ เพราะนอกจากความชอบส่วนตัวแล้วคุณจะต้องมีกำลังในการดูแล ละพื้นที่ให้มันวิ่งเล่นได้อย่างเหมาะสม เพราะสายพันธุ์แมวป่าส่วนมากแล้วไม่ใช่เจ้าเหมียวทั่วไปที่มีนิสัยหลักคือรักการนอน […]

โรคลูคีเมียในแมว เป็นอย่างไรและมีวิธีการรักษายังไง

โรคลูคีเมียในแมว

อีกหนึ่งภัยอันตรายที่เหล่าทาสแมวทั้งหลายต้องระวัง! โรคลูคีเมียในแมว โรคร้ายที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของแมวที่อาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งได้ ในปัจจุบันนั้นผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์เช่นแมวกันมากขึ้น เนื่องจากด้วยเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกที่ต่างก็เป็นปัจจัยทำให้คนยุคใหม่เลือกที่จะเลี้ยงสัตว์มากกว่าการมีลูก ฉะนั้นเมื่อเราเลือกที่เลี้ยงพวกเขาแล้วเราก็ต้องดูแลรับผิดชอบสัตว์เลี้ยงของเราให้ดีที่สุดใช่มั้ยละคะ ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคลูคีเมียในแมวกันเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและป้องกันไม่ให้แมวของเราได้รับอันตรายจากโรคนี้นั้นเอง ซึ่งโรคลูคีเมียในแมวเป็นอย่างไรและมีวิธีการรักษายังไงเราก็ไปดูกันได้เลยค่ะ รู้จักโรคลูคีเมียในแมว โรคอันตรายที่เราป้องกันได้ โรคลูคีเมียในแมว คืออะไร คำตอบ คือ เป็นภาวะการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า feline leukemia virus เป็นไวรัสที่มันจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในร่างกายแมวได้หลายอย่าง เช่น การเกิดเนื้องอกตามอวัยวะต่างๆของแมวไม่ว่าจะเป็นบริเวณทางเดินอาหาร ต่อมน้ำเหลือง การเกิดภาวะเบือดจางรุนแรง หรือตลอดจนภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ นอกจากนี้มันยังก่อให้โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวอีกด้วยหรือที่เรียกกันว่ามะเร็งเม็ดเลือกขาวในแมว ซึ่งความรุนแรงของไวรัสตัวนี้นั้นจะขึ้นอยู่กับอายุของตัวแมว กล่าวคือ ยิ่งแมวมีอายุมากความรุนแรงก็ยิ่งสูงขึ้นนั่นเอง โดยโรคลูคีเมียในแมวนั้นสามารถติดติดเชื้อได้จากหลายทางไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสทางการปัสสาวะ การสัมผัสน้ำลาย อุจตาระของแมวหรือแม้แต่น้ำตา โดยอาการของโรคลูคีเมียในแมวนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามอายุของแมวและระดับภูมิคุ้มกันของแมวแต่ตัว แต่หลักๆแล้วแมวที่ได้รับเชื้อไวรัสดังก่าวนั้นจะมีอาการเบื่ออาหาร มีไข้ อาเจียน ซึม ปัสสาวะมาก กินน้ำเยอะและบางครั้งอาจมีการพบเลือดในอุจจาระ สำหรับวิธีรักษาลูคีเมียแมวนั้นคือจะเป็นการรักษาตามอาการที่รักษาเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่อาจเกิดขึ้นกับตัวแมวได้ ซึ่งการรักษาก็จะมีตั้งแต่การให้ยาที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การให้ยาสำหรับลดการติดเชื้อ การให้เคมีบำบัด การถ่ายเลือดและอื่นๆ ซึ่งในการรักษาต่างๆเหล่านี้สำหรับลูคีเมียแมว ค่ารักษานั้นก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของแมวแต่ละตัว หลายคนก็อาจมีคำถามต่อมาว่าลูคีเมียแมว อยู่ได้กี่ปี คำตอบคือ โรคลูคีเมียในแมวนั้นแมวจะอยู่ได้นานเป็นเวลาถึง 3 ปี หรืออาจมากกว่านั้นตามภาวะของแมวแต่ละตัว แต่สำหรับแมวบางตัวก็อาจจะเสียชีวิตเร็วกว่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นอะไรที่รวดเร็วมากๆ ดังนั้นสำหรับใครที่เลี้ยงแมวก็อย่าลืมที่จะเฝ้าระวังภัยร้ายนี้กันด้วยนะคะ  […]

โรคท็อกโซพลาสม่า โรคติดเชื้ออันตรายจากสัตว์เลี้ยงสู่คน

โรคท็อกโซพลาสม่า

          หลายคนที่เลี้ยงสัตว์อาจจะไม่รู้ว่ามีโรคมากมายที่สามารถติดเชื้อจากสัตว์สู่คนได้ ซึ่ง โรคท็อกโซพลาสม่า หรือ โรคขี้แมว ก็เป็นหนึ่งในโรคที่อันตราย ซึ่งโรคนี้เป็นการติดเชื้อจากปรสิตที่อยู่ในมูลของแมว ซึ่งคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำต้องระวังตัวกว่าคนปกติทั่วไปเพราะสามารถเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้ค่ะ ถ้าใครที่ยังไม่เห็นภาพ เราไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาของโรคท็อกโซพลาสม่ากันดีกว่าค่ะ  ทำความรู้จักกับโรคท็อกโซพลาสม่าที่คนเลี้ยงแมวต้องระวัง           โรคท็อกโซพลาสม่า หรือโรคที่คนรู้จักกันว่า โรคขี้แมวขึ้นสมอง เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อจากปรสิตที่อยู่ในมูลของแมว อาจเกิดได้จากการเผลอสัมผัสดินหรือทรายแมวที่ปนเปื้อนปรสิตอยู่ โดยเมื่อปรสิตเข้าสู่ร่างกายแล้วโรค Toxoplasmosis อาการอาจจะไม่แสดงออกมามากมาย หรืออาจจะแสดงโดยมีอาการไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ หรือปวดกล้ามเนื้อ แต่สำหรับใครที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอควรเข้ารับการรักษาทันที เพราะอาการอาจแย่หรือทรุดตัวลงได้ค่ะ ซึ่งวิธีการรักษาของโรคท็อกโซพลาสม่าอาจไม่ต้องเข้ารับการรักษาสำหรับคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง แต่สำหรับคนที่มีอาการทรุดลงต้องพบแพทย์ทันทีและรับประทานยารักษาโรคมาลาเรีย คือยาไพริเมตามีนกับยาปฏิชีวนะซัลฟาไดอะซีนนั่นเองค่ะ  โรคท็อกโซพลาสม่า หรือโรคขี้แมว  ใกล้ตัวคุณกว่าที่คิด           สำหรับใครที่เลี้ยงแมวแล้วต้องคอยทำความสะอาดทรายแมวอยู่บ่อยๆต้องคอยระวังโรคท็อกโซพลาสม่ากันนะคะ พยายามใส่ถุงมือในการทำความสะอาดทรายแมว และล้างมือทุกครั้งเมื่อทำความสะอาดเสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโรคท็อกโซพลาสม่าได้ค่ะ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเมื่อเราติดเชื้อโรคท็อกโซพลาสม่าแล้วร่างกายเราจะรับได้ถึงแค่ไหน กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ แนะนำให้หมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอหรือหมั่นทานวิตามินบี […]

แมวมันช์กิ้น แมวตัวเล็กขาสั้นสุดน่ารัก

แมวมันช์กิ้น

ทาสแมวทั้งหลายเชิญทางนี้ เพราะในวันนี้เราจะคุณไปทำความรู้จักกับ “แมวมันช์กิ้น” แมวตัวเล็กขาสั้นสุดน่ารักที่ทำให้คุณต้องตกหลุมรัก อีกหนึ่งสายพันธุ์แมวที่นิยมในหมู่คนเลี้ยงแมว แมวขนาดขนาดกลางไซส์กำลังพอดีน่ากอดน่าอุ้มมาพร้อมกับขาสั้นๆสุดตะมุตะมิแบบที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องละลาย ซึ่งในวันนี้เองเพื่อเป็นการชี้เป้าสำหรับใครที่อยากหาแมวสักตัวมาเลี้ยงแต่ไม่รู้จะเลือกสายพันธุ์ไหนหรือสำหรับใครที่อยากทำความรู้จักกับน้องแมวมันช์กิ้นนี้ให้มากขึ้น วันนี้เราก็จะพาไปดูรายละเอียดต่างๆ และลักษณะนิสัยของแมวมันช์กิ้นกันนะคะ ฉะนั้นทาสแมวทั้งหลายต้องห้ามพลาดกันไปได้เลย ทำความรู้จักแมวมันช์กิ้น แมวขาสั้นสุดน่ารักที่จะทำให้คุณใจละลาย แมวมันช์กิ้น (Munchkin) หรือ แมวขาสั้นสุดน่ารักที่เหมือนโดนย่อส่วนให้ขนาดจิ๋วลง อีกหนึ่งสายพันธุ์แมวที่เต็มไปด้วยความน่าเอ็นดูไม่ว่าจะเป็นลักษณะรูปพรรณที่ขาสั้น ไซส์ตัวที่เล็กๆกลางๆน่ากอด ขนยาว ลำตัวมีลักษณะกลม ใบหน้าคล้ายคลึกกับพวกสกอตติช โฟลด์ ในส่วนหัวก็มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ดวงตากลมโตแบบวอลนัท ทรงหูสามเหลี่ยมและตั้งตรง ที่สำคัญแมวมันช์กิ้นยังมีลักษณะขนทั้งแบบสั้นและยาว ในส่วนของสีขนก็มีเกือบแทบทุกสี แต่อย่างไรก็ดีลักษณะเด่นที่น่าจดจำที่สุดของแมวมันช์กิ้นก็คงจะเป็นขาสั้นๆป้อมๆที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูมากๆ โดยแมวมันช์กิ้น นิสัยนั้นจะเป็นแมวที่ค่อนข้างร่าเริงมากๆ เป็นแมวขี้เล่น สนุกสนาน อารมณ์ดี สามารถออกมาวิ่งเล่นกับสัตว์อื่นๆได้ เช่น แมวตัวอื่นๆ หรือ หมา วิ่งเล่นกับเด็กได้แบบไม่อันตรายเลย แต่เมื่อไหร่ที่แมวมันช์กิ้นรู้สึกไม่จอย อารมณ์เปลี่ยวๆแล้วละก็เขาก็จะนั่งสงบด้วยท่าประจำของตัวเอง คือ นั่งบนสองขาสั้นๆของตัวเองพร้อมยืดคอให้สูงเพื่อมองไปข้างนอกหน้าต่างหรือมองหาอะไร แต่ถึงอย่างนั้นแมวมันช์กิ้นก็ไม่ใช่แมวแนวปลีกตัวออกไปข้างออก ไปปีนต้นไม้ ไปเที่ยวปีนรั่วๆต่างๆ กลับกันมันเป็นแมวที่มักจะใช้เวลาอยู่ในบ้านมากกว่าเน้นปีนชั้นเตี้ยๆในบ้าน พวกเก้าอี้หรือโซฟา ซึ่งถือได้ว่าแมวมันช์กิ้นเป็นอีกสายพันธุ์ที่เลี้ยงง่ายมากๆ ดังนั้นหากใครกำลังมองหาแมวสักตัวมาเลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา แมวมันช์กิ้นของเราก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเลยว่ามั้ยละคะ แมวมันช์กิ้น อีกหนึ่งสายพันธุ์แมวสุดเป็นมิตร อารมณ์ดีและร่าเริงสุดๆ เราก็ได้เห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของแมวมันช์กิ้นกันไปแล้ว […]

วิธีเตรียมตัว ทำคลอดแมว ท้องแก่

ทำคลอดแมว

สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวเพราะพันธุ์แมวหรือกำลังกายเป็นคุณตาคุณยายของน้องเหมียวแล้วละก็ไม่ควรพลาดที่จะดูวิธีเตรียมพร้อมในการ ทำคลอดแมว เลยในวันนี้ เพราะเราจะแนะนำทุกคนตั้งแต่วิธีเตรียมอุปกรณ์ในการทำคลอดแมวรวมถึงการดูแลลูกแมวและแม่แมวหลังคลอดให้มีสุขภาพดี แข็งแรง หากพร้อมแล้วมาชมวิธีทำคลอดแม่แมวกันเลยค่ะ สิ่งที่ต้องทำในการ ทำคลอดแมว 1.การตรวจสุขภาพแมว การตรวจสุขภาพแมวใกล้คลอดนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพของลูกแมวที่อยู่ในครรภ์และสุขภาพความพร้อมของแม่แมวอีกครั้งสัตวแพทย์ยังสามารถช่วยแน่นอนและคำนวนวันและผลกระทบต่างๆของแม่แมวที่เราต้องเฝ้าระวังให้เราได้เตรียมพร้อมอีกด้วย 2.การอัลตราซาวด์ลูกแมว วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมเนื่องจากทำให้เราสามารถคาดคะเนจำนวนเรียกแมวที่อยู่ในท้องแม่แมวได้และทำให้มั่นใจได้ว่าลูกแมวที่เราจะทำคลอดแมวได้ออกมาครบถ้วนสมบูรณ์ 3.เตรียมอาหารสูตรลูกแมวและแมวให้นม มาถึง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการคลอด เราควรเปลี่ยนอาหารของแม่แมวเพื่อเพิ่มโภชนาการในการบำรุงลูกแมวให้ได้รับปริมาณอาหารที่มากขึ้นและเพียงพอในการให้นมลูกแมว 4.กำจัดขนบริเวณท้องของแม่แมว วิธีนี้เป็นวิธีเตรียมความพร้อมก่อนทำคลอดแมว เนื่องจากว่าเมื่อแมวคลอดลูกออกมาแล้วจะต้องให้นมลูกเลยทันที การโกนขนจะทำให้ลูกแมวสามารถรับประทานนมได้สะดวกขึ้น 5.เตรียมอุปกรณ์ทำคลอดแมว อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำคลอดแมว ได้แก่ แอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดเครื่องมือต่างๆ ถุงมือยาง กรรไกรเพื่อใช้ตัดสายรก ที่ดูดเสมหะ ด้ายมัดสะดือ ฟองน้ำทำความสะอาดและผ้าขนหนูหลายๆผืนสำหรับเช็ดตัวลูกแมว  6.เตรียมพื้นที่สำหรับแม่แมวและลูกแมวหลังคลอด หากในบ้านคุณมีแมวหลายตัวควรจะแยกแม่แมวที่เพิ่งคลอดลูกออกจากตัวอื่นเพื่อลดความเครียดและเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยให้กับแม่และลูกแมว 7.นำแม่แมวและลูกแมวหลังคลอดไปตรวจสุขภาพอีกครั้ง วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่สำคัญมากเลยทีเดียวเนื่องจากการตรวจสุขภาพลูกแมวจะทำให้เรารู้ว่าลูกแมวที่คลอดออกมานั้นแข็งแรงดีไหมหรือหากมีปัญหาอะไรจะได้แก้ไขได้อย่างทันท่วงที การทำคลอดแมวหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน แน่นอนว่าสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อสิ่งสำคัญคือ การเตรียมความพร้อมหากเรารู้ว่าสถานการณ์นั้นเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้เราควรพาแม่แมวไปพบสัตวแพทย์โดยทันที นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราจะทำได้ไม่ควรฝืนรอจนนานเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งแม่แมวและลูกแมวได้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนทำให้ทุกคนสามารถทำคลอดแมวได้อย่างปลอดภัยและแข็งแรงนะคะ อ่านบทความเพิ่มเติมhttps://weluvpet.com/แมว/ เครดิตภาพhttps://canva.com

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว (FIP) โรคร้ายแรงที่อาจพลากชีวิตน้องเหมียว

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว

เชื่อว่าหลายๆคนที่มีสัตว์เลี้ยงก็ต้องอยากที่จะให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรงและอยู่กับเราไปได้อย่างยาวนาน แต่ในบางครั้งเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบเจออาการเจ็บป่วย สิ่งที่เราทำได้นั่นก็คือการศึกษาและรู้ลักษณะของโรคนั้นว่าเป็นเช่นไร วันนี้เราจะมาพูดถึงโรคๆหนึ่งที่พบได้ในเเมวที่มีชื่อว่า โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว โดยโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวเรียกได้ว่าเป็นโรคที่อันตรายเสมือนมะเร็งระยะสุดท้ายเลยก็ว่าได้เรามาดูกันดีกว่า จะทำอย่างไรหากเราน้องเหมียวสุดที่รักต้องเจอกับโรคน่ากลัวนี้ สาเหตุและอาการของ โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ  โรค FIP ในแมว เป็นโรคที่ถูกจัดได้ว่าร้ายแรงที่สุดในชีวิต อันตรายถึงขนาดที่ทางการแพทย์นั้นยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะทาง โดยคำว่า FIP แมวย่อมาจากคำว่า Feline Infectious Peritonitis ด้วยความอันตรายของโรคนี้จึงทำให้มีแมวในอัตรส่วนที่น้อยมากที่รอดชีวิตจากโรคนี้  สาเหตุของโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเดิมทีแล้วแมวทุกตัวจะมีเชื้อไวรัสนี้อยู่ในตัวอยู่แล้วเพียงแต่มีเชื้อน้อยมากจึงทำให้ร่างกายของแมวสร้างแอนติบอดี้ให้ร่างกายได้ แต่ในแมวบางตัวที่อ่อนแอ มีอาการภูมิตกจะทำให้เชื้อไวรัสโคโรนามีการติดต่อเพิ่มขึ้นภายในลำไส้ ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็วและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนั่นเอง โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นในแมวที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มวัยหรือไม่ครบ 2 ปีหรือในลูกแมวมากกว่าในบางครั้งโรคนี้อาจจะมีผลมากจากพันธุกรรมที่ไม่แข็งแรงของตระกูลแมวตัวนั้น หรืออาจติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาจากแมวสู่แมวด้วยกันผ่านทางอุจจาระหรือน้ำลายได้เช่นกัน สำหรับอาการ FIP หรือ โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว นั้นค่อนข้างที่จะรุนแรงเลยทีเดียวโดยเราของแบ่งเป็น 2 ลักษณะ 1.โรค FIP แบบเปียก อาการที่เห็นได้ชักที่สุดคือ บริเวณช่องท้องของน้องแมวจะมีอาการแบบแมวท้องบวมเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีน้ำหรือของเหลวสะสมอยู่ ต่อมาจะเรื่องหายใจติดขัด เกิดความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจจนทำให้ต้องเจาะบริเวณช่องท้องเพื่อระบายนั้นออกมาแต่แน่นอนว่านั่นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุเพราะเมื่อผ่านไปของเหลวบริเวณดังกว่าก็จะขยายใหญ่ขึ้นอีก 2.โรค FIP แบบแห้ง อาการของโรค FIP แบบเเห้งจะสังเกตได้ยากกว่าแต่จะทรมานและลุกลามได้รวดเร็วกว่าแบบเปียกโดยอาการที่สังเกตได้คือจะมีหลายรูปแบบ  ในแมวแต่ละตัวก็จะมีอาการที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น […]

แมว แร็กดอลล์ เจ้าเหมียวสุดน่ารักที่ใครเห็นเป็นต้องหลง

แร็กดอลล์

สำหรับสัตว์ที่เราจะพูดในวันนี้ต้องบอกเลยว่าภาพน้องเหมียวทั้งหลายไม่ควรพลาดเลยทีเดียว  ด้วยหน้าตาที่สุดแสนจะน่ารักและอุปนิสัยขี้อ้อนที่จะทำให้ทุกคนต้องหลงรัก จึงทำให้ทุกคนไม่ควรพลาดบทความของแมวพันธุ์แร็กดอลล์ในวันนี้ ซึ่งเราได้รวบรวมความน่ารักของแมวแร็กดอลล์ รวมถึงวิธีการเลี้ยง การดูแลเอาใจใส่ และข้อควรระวังต่างๆมาให้ทุกคนที่สนใจและอยากที่จะศึกษากับเจ้าเหมียว แร็กดอลล์ เมื่อพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ เผยความน่ารักของเจ้าเหมียวพันธุ์ แร็กดอลล์ เดิมทีแมวแร็กดอลล์อาศัยอยู่ในประเทศที่มีความหนาว ทำให้ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างมาก หากจะเลี้ยงในประเทศเมืองร้อนอย่างประเทศไทย จุดเริ่มต้นของแร็กดอลล์ได้ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นโดยชาวแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดการผสมพันธุ์ระหว่างแมวสองสายพันธุ์นั่นก็คือ แมวพันธุ์เปอร์เซียและพันธุ์แองโกลา ลักษณะของแมวพันธุ์นี้คือมีขนยาว ช่วงลำตัวจะเป็นสีขาวหรือครีมอ่อน ช่วงปลายหาง หู จมูก เท้า จะมีสีเทาเข้ม ถือเป็นแมวที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ได้น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7-9 กิโลกรัม  จุดเด่นของเจ้าแมวแล้วก็ตัวนี้คือหน้าตาที่น่ารักและมีขนหนานุ่มฟู สีขนและตาสีฟ้าที่โดดเด่นเป็นประกาย จึงทำให้ใครๆก็ต้องชอบและถูกใจกับความน่ารักของเจ้าแมวพันธุ์แร็กดอลล์นี้ ความน่ารักของเจ้าแมวตัวนี้ยังไม่มาหมดเพียงเท่านั้น เพราะนอกจากหน้าตาที่สุดแสนจะน่ารักแล้วนิสัยของเจ้าแมวตัวนี้ก็น่ารักไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นความขี้อ้อน ติดคน เรียบร้อย และเป็นมิตร แถมยังเป็นแมวที่รักความสะอาดจนทำให้ใครที่ได้เลี้ยงตกเป็นทาสแมวอย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยทีเดียว สำหรับการดูแลและการให้อาหารก็ไม่ต่างจากแบบทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ หวีขน ซึ่งสำหรับแมวแร็กดอลล์ อาหารที่ควรจะเลือกให้อาจจะเป็นสูตรที่เหมาะกับแมวขนาดใหญ่และขนยาวหรืออาจะให้ตามเกณฑ์อายุก็ได้เช่นกัน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้หากอยากเลี้ยงแมวแร็กดอลล์ แน่นอนค่ะว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงนั่นก็คือเงิน แมวแร็กดอลล์ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารค่ารักษาค่าอาบน้ำแล้วค่าตัวน้องน้องที่มีราคาค่อนข้างสูงเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาทเลยทีเดียวจึงทำให้คนที่กำลังสนใจจะเลี้ยงแมวพันธุ์นี้ต้องเตรียมพร้อมรับมือค่าใช้จ่ายในส่วนนี้กันด้วยนะคะ อีกทั้งแมวแร็กดอลล์ ยังมีโรคประจำตัว อย่างเช่น โรคหัวใจ โรคกระเพาะปัสสาวะ และโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบที่จะต้องระวัง สิ่งที่เราทำได้เบื้องต้นคือการซื้อแมวพันธุ์ ragdoll […]

เจาะลึกเรื่องราว แมวสฟิงซ์ แมวที่เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ที่สุด

แมวสฟิงซ์

สำหรับใครที่เป็นทาสน้องแมว แต่ในบางครั้งร่างกายของเราก็ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีขนเพราะทำให้เกิดการแพ้ จามไม่หยุด วันนี้เรามีแมวชิดหนึ่งที่มีชื่อสายพันธุ์ว่า แมวสฟิงซ์ เป็นสายพันธุ์ที่กำลังยอดฮิตสำหรับใครที่เป็นโรคภูมิแพ้แต่อยากจะมีน้องเหมียวสุดน่ารักบอกเลยว่าแมวสฟิงซ์ ตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน เมื่อพร้อมแล้วเราไปชมความน่ารักของเจ้าแมวสฟิงซ์กันเลย รู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังความน่ารักของ แมวสฟิงซ์  แมวสฟิงซ์ เป็นสายพันธุ์แมวชนิดหนึ่ง โดยจุดเด่นหลักของของแมวสายพันธุ์นี้ที่แตกต่างจากแมวพันธุ์อื่นนั่นก็คือ เป็นแมวไร้ขน เราจะสังเกตได้ว่าจุดเด่นของแมวพันธุ์นี้คือผิวหนังย่นๆนุ่มๆ สายพันธุ์แมวสฟิงซ์  มีถิ่นกำเนิดเริ่มต้นมาจากประเทศแคนาดา เป็นที่มีของชื่อ แคนาเดียน สฟิงซ์ แต่ก็มีสายพันธุ์สฟิงซ์ที่เกิดจากประเทศอื่นอีก เช่น รัซเซีย โดยแมวสฟิงซ์ ที่มีต้นกำเนิดจากรัซเซียนั้นจะมีสายพันธุ์ว่า ดอนสกอย และ ปีเตอร์บัลด์ อุปนิสัยทั่วไปของแมวสฟิงซ์นั้นไม่ต่างจากแมวขี้อ้อนทั่วๆไปมากนัก เพราะเป็นแมวที่เป็นมิตร ไม่ก้าวร้าว สามารถอาศัยได้กับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ไม่ค่อยหวาดกลัวเมื่อต้องพบเจอสถานที่ใหม่ๆหรือคนใหม่ เพราะเป็นแมวที่ปรับตัวได้ง่ายจึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่แมวสฟิงซ์ จะกลายเป็นแมวน่าเลี้ยงน่าเอ็นดูในสายตาทาสเหมียวทั้งหลาย นอกจากนั้นแล้วแมวสฟิงซ์  สังเป็นแมวที่แอคทีฟ มีพลังงานเยอะ เหมาะสุดๆสำหรับเจ้าของที่อยากหาน้องแมวซักตัวเป็นเพื่อนเล่นยามเหงา สิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแมวพันธุ์สฟิงซ์ ราคาค่าตัวที่ค่อนข้างไม่ธรรมดาเลยทีเดียวหากใครจะเลี้ยงแมวพันธุ์นี้อาจจะตัวเตรียมบัตเจตไว้สูงตั้งแต่ หมื่นปลายๆไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว ข้อควรระวังเกี่ยวกับแมวสฟิงซ์  เนื่องจากแมวสฟิงซ์ เป็นแมวไร้ขน จึงทำให้ต้องกับเรื่องผิวหนังที่บอบบางเป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยให้น้องอยู่ในที่ที่มีแสงแดดแรงเพราะอาจทำให้ผิวไหม้ได้ และไม่ควรที่จะอาบน้ำบ่อยจนเกินไปเนื่องจากแมวสฟิงซ์ไม่มีขนที่จะคอยผลิตน้ำมันเคลือบ ควรอาบน้ำประมาณสัปดาห์ละครั้ง และแม้ว่าแมวสฟิงซ์ จะไม่มีขนแต่ก็จะต้องแปรงขนเพื่อให้ผิวหนังของน้องสะอาดและสุขภาพดีอยู่เสมอ อ่านบทความเพิ่มเติมhttps://weluvpet.com/แมว/ เครดิตภาพhttps://canva.com