สายพันธุ์แมวป่า ยอดฮิตที่คนมักนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง

สายพันธุ์แมวป่า

สายพันธุ์แมวป่า สำหรับใครที่เป็นทาสน้องแมวเหมียว และมีความชอบเป็นพิเศษกับสัตว์หน้าแมวอย่างเสือหรือสิงโต จะต้องถูกใจบทความที่เราจะมาแนะนำสายพันธุ์แมวป่าที่เลี้ยงได้ในวันนี้อย่างแน่นอน เพราะสายพันธุ์แมวป่านั้นจะมีหน้าตาที่น่ารักดุดันเหมือนเจ้าเสือและสิงโตแต่ก็มีความเชื่องขี้อ้อนเหมือนแมวน้อยตามบ้านจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมในปัจจุบันสายพันธุ์แมวป่าจึงกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สายพันธุ์แมวป่า ที่นิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุด 1.Caracal เป็นสายพันธุ์แมวป่าที่มาจากแอฟริกาที่มีนิสัยน่ารัก สามารถฝึกฝนให้เป็นแมวบ้านน่ารักได้แต่สิ่งที่มากับน้องแน่นอนว่า เนื่องจากเป็นแมวป่าทำให้แมวตัวนี้มีพละกำลังที่มากมายและรับประทานเนื้อเป็นอาหาร รูปร่างของแมวคาราคัลจะมีขนาดตัวยาวประมาณ 50-80 เซนติเมตร มีความสูง 50 เซนติเมตรและน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 20 กิโลกรัม มีสีขนตั้งแต่สีร้ำตาลอ่อนเข้มไปจนถึงสีแดงอิฐ ใบหูตั้งยาวสีดำ ขนสั้นแต่แน่นด้วยน่าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูจึงไม่แปลกใจเลยที่คาราคัลกลายเป็นแมวป่ายอดฮิตที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด 2.Bengal แมวป่าที่เลี้ยงได้ตัวต่อไปก็ถือเป็นสายพันธุ์แมวป่ายอดฮิตไม่แพ้คาราคัลเลย ต้นกำเนิดของแมวตัวนี้เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวป่าที่มีชื่อว่า Felis Bengalensis หรือที่รู้จักในชื่อแมวดาวเอเชียและแมวพื้นเมืองพันธุ์หนึ่งของสหรัฐอเมริกา ทำให้เบงกอลที่ลักษณะรูปร่างคล้ายแมวป่าแต่ก็มีลักษณะนิสัยที่เหมือนแมวบ้าน ขนาดของแมวตัวนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไปคือลำตัวยาว 20-25 เซนติเมตรและน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 4-7 กิโลกรัมสีลำตัวเป็นลายคล้ายเสือดาวที่เรียกว่าลาย Spotted และลายแบบ Rosettes ที่เป็นสีพื้นลำตัวตัดกับลาย  3.Savannah cat แมวซาวันน่าห์ เป็นอีกหนึ่งแมวลูกผสมระหว่างสายพันธุ์แมวป่าที่ชื่อว่า Serval และแมวบ้านดูจากชื่อก็สามารถรู้แน่นอนแล้วว่าเดิมทีสายพันธุ์แมวป่าตัวนี้จะต้องอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนาอย่างแน่นอน ลักษณะเด่นของแมวตัวนี้คือรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกับแมวป่าเซอร์วัลที่ย่อส่วนลงมา น้ำหนักสามารหนักได้สูงถึง 14 กิโลกรัมด้วยอุปนิสัยที่เชื่อง น่ารัก ขี้อ้อนและเป็นนักสำรวจจึงทำให้แมวสายพันธุ์นี้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านสุดน่ารักและทำให้ทาสแมวหลายๆคนหลงใหล ข้อควรรู้เกี่ยวการเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แมวป่า แน่นอนว่าการเลี้ยงแมวสายพันธุ์แมวป่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครทุกคนสามารถเลี้ยงได้ เพราะนอกจากความชอบส่วนตัวแล้วคุณจะต้องมีกำลังในการดูแล ละพื้นที่ให้มันวิ่งเล่นได้อย่างเหมาะสม เพราะสายพันธุ์แมวป่าส่วนมากแล้วไม่ใช่เจ้าเหมียวทั่วไปที่มีนิสัยหลักคือรักการนอน […]

วิธีเลี้ยงปลาทอง มือใหม่ควรรู้เลี้ยงอย่างไร ให้รอด!!

วิธีการเลี้ยงปลาทอง

เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยงยอดฮิตที่มีอยู่ในเกือบทุกบ้าน จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยหากไม่ใช่สัตว์เลี้ยงในตู้น่ารักอย่าง เจ้าปลาทอง วันนี้เราจึงมาเผยเคล็ดลับวิธีเลี้ยงปลาทองอย่างถูกวิธีมาให้ทุกคนที่อยากจะเลี้ยงแต่ยังไม่รู้วิธีเลี้ยงปลาทองยังไงดี ได้เรียนรู้และเข้าใจไปพร้อมกัน ซึ่งจริงๆแล้วในการเลี้ยงปลาทองนั้นไม่ยากเลยเหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่หรือมือสมัครเล่นที่อยากจะลองเลี้ยงสัตว์เลี้ยงซักตัวไว้เป็นเพื่อน วิธีการเลี้ยงปลาทอง รวบรวมความรู้เกี่ยวกับปลาทองตัวน้อยสุดน่ารัก ปลาทอง ถือเป็นปลาสวยงามที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาประดับภายในบ้าน เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ตระกูลเดียวกับปลาตะเพียน โดยจุดเริ่มต้นหรือถิ่นกำเนิดของปลาทองนั้นมาจากในประเทศจีนและญี่ปุ่น ในปัจจุบันที่ปลาทองได้กลายเป็นปลายอดฮิตนั่นก็เพราะว่า เป็นปลาที่ดูแลง่ายแถมยังมีความมงคลตามความเชื่อหลักฮวงจุ้ยว่ากันว่า ปลาทองจะช่วยทำให้มีเงินมีทองไหลมาเทมา สายพันธุ์ปลาทองถูกจัดแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลักๆนั้นก็คือ ปลาทองหัวสิงห์ และปลาทองออลันดา โดยทั้งสองสายพันธุ์จะมีความแตกต่างอยู่ตรงที่ลักษณะรูปร่าง ปลาทองหัวสิงห์ จะมีหัวที่เหมือนมีก้อนเนื้อเยื่อหุ้มอยู่ ที่มาของชื่อหัวสิงห์นั้นมาจาก รูปร่างหน้าตาที่มีลักษณะคล้ายกับสิงโตบ้านของชาวจีน ช่วงตัวของปลาทองสายพันธุ์นี้จะมีลำตัวกลม สั้น ไม่มีครีปหลัง ส่วนปลาทองออลันดาหนือที่เรารู้จักกันในชื่อของปลาทองหัววุ้น เป็นปลาทองที่ถูกผสมพันธุ์ระหว่างปลาทองหัวสิงห์และปลาทองริวกิ้น เป็นปลาทองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ลักษณะเด่นของปลาทองพันธุ์นี้จะอยู่ที่ความสวยงามของครีปที่ยาวและใหญ่แตกต่างจากปลาทองหัวสิงห์ แม้ว่าจะลักษณะต่างกันแต่วิธีเลี้ยงปลาทองทั้งสองสายพันธุ์นี้ไม่ได้แตกต่างกันเลย สำหรับขั้นตอน วิธีเลี้ยงปลาทองต้องดูก่อนว่าปลาทองกินอะไรเป็นอาหารและมีอุปกรณ์อะไรบ้างโดยเราจะขอเริ่มจากอุปกรณ์ที่เลี้ยงจะมีเป็น ตู้กระจกใสหรืออ่างซีเมนต์ ออกซิเจน คุณภาพของน้ำ(ต้องเป็นน้ำที่ผ่านการกำจัดคลอรีน) ในบางครั้งอาจจะเตรียมพันธุ์ไม้น้ำหรือหินสีเพื่อใช้ในการตกแต่งและเป็นที่หลบซ่อนของน้องปลาทองได้ และสำหรับอาหารของปลาทองสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปเพราะปลาทองมันก็กินอาหารเม็ดสำเร็จรูป ปริมาณการให้แนะนำว่าควรให้วันละ 1-2 ครั้งต่อวันก็เพียงพอแล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นวิธีเลี้ยงปลาทองขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้ก่อนเลี้ยงนะคะ ไม่ยากอย่างที่คิดกับวิธีเลี้ยงปลาทองสุดน่ารัก เป็นไงบ้างคะกับวิธีเลี้ยงปลาทองที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ไม่ยากเลยใช่ไหม แต่อย่าลืมว่าการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดก็มีข้อที่ต้องพึงระวัง ปลาทองก็เช่นกัน เพราะในการเลี้ยงน้องปลาทองนั้นต้องอย่าลืมให้อาหารน้องเด็ดขาดและควรให้ในเวลาที่สม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าปลาทองถือเป็นปลาชนิดหนึ่งไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่เราจะนำน้องขึ้นมาลูบได้ด้วยมือเปล่า เพราะอาจจะทำให้น้องบอบช้ำ เกิดบาดแผลและอาจติดเชื้อโรคได้หากเราไปสัมผัส รวมบทความเกี่ยวกับสัตว์พิเศษ อ้างอิงรูปภาพ https://www.canva.com/design/DAE-n7vImxI/dWbPWTtn8mKtcbk-lsdZDA/edit?utm_content=DAE-n7vImxI&utm_campaign=designshare&utm_medium=link2&utm_source=sharebutton

ปิ๊กมี่ มาร์โมเสท ลิงจิ๋วยอดฮิตที่ตัวเล็กที่สุดในโลก

ปิ๊กมี่ มาร์โมเสท

ปิ๊กมี่ มาร์โมเสท หรือลิงแคระ สายพันธุ์ปิ๊กมี่ เป็นลิงที่มีขนาดที่เล็กที่สุดในโลก ซึ่งขนาดของลิงปิ๊กมี่ มาร์โมเสทนั้นมีขนาดเท่ากับนิ้วมือของคนเราเท่านั้นเอง ซึ่งน้ำหนักสุทธิของเจ้าลิงแคระนั้นอยู่ที่ 85-140 กรัมเท่านั้น รูปร่างลักษณะของเจ้าตัวปิ๊กมี่ มาร์โมเสทคือมีลักษณะเหมือนลิงทั่วไป แต่เหมือนเป็นการย่อขนาดให้ดูตัวจิ๋วลงเท่านั้นเอง ด้วยความที่เจ้าตัวลิงจิ๋วพันธุ์นี้มีความน่ารักน่าเอ็นดู จึงทำให้มีหลากหลายคนที่ต้องการจะนำมาเลี้ยง แต่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับปิ๊กมี่ มาร์โมเสทมากนัก วันนี้ทางเราจึงอยากมาเขียนแนะนำข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงปิ๊กมี่ มาร์โมเสทกันค่ะ ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงปิ๊กมี่ มาร์โมเสท           ลิงปิ๊กมี่ มาร์โมเสทเป็นลิงที่นิยมถูกเลี้ยงในทางฝั่งยุโรป ซึ่งลิงมาร์โมเสทเป็นลิงที่มีความฉลาด เลี้ยงไม่ยาก และน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก ลิงแคระพันธุ์นี้มีลักษณะเหมือนลิงทั่วไปแต่มีความเด่นตรงขนสีขาวตรงใบหูทั้งสองข้าง ลิงมาโมเสท นิสัยที่โดดเด่นคือชอบอยู่บนต้นไม้ ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม เวลาเลี้ยงจึงต้องสร้างบรรยากาศที่เหมือนในป่าเพื่อทำให้น้องรู้สึกผ่อนคลายค่ะ มีหลายคนสงสัยว่า ลิงมาโมเสท ผิดกฎหมายไหม จริงๆแล้วไม่ผิดกฎหมายค่ะ แต่ในประเทศเรายังไม่ได้เลี้ยงปิ๊กมี่ มาร์โมเสทกันอย่างแพร่หลาย เพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ปิ๊กมี่ มาร์โมเสท กับข้อควรรู้ที่ควรนำเอาไปใช้           เป็นอย่างไรบ้างคะกับข้อควรรู้การเลี้ยงลิงแคระหรือลิงปิ๊กมี่ มาร์โมเสท ข้อมูลที่ทางเราแนะนำไปเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างแน่นอนค่ะ ที่สำคัญถ้าจะนำปิ๊กมี่ มาร์โมเสทมาเลี้ยงแล้วต้องหมั่นดูแลไม่ให้น้องเครียดโดยการคอยสร้างบรรยากาศให้เหมือนในป่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วใครที่อยากเลี้ยงปิ๊กมี่ มาร์โมเสทก็อย่าลืมนำข้อมูลที่เราให้ไปศึกษาเพิ่มเติมกันดูนะคะ  รวมบทความเกี่ยวกับสัตว์พิเศษ อ้างอิงรูปภาพ https://www.blockdit.com/posts/5d04705a8ef7bb121dc23263 https://www.readvpn.com/Topic/Info/6f73c2ab-e8c1-4d16-bf51-08a6502cecd4 เครดิต เซ็กซี่บาคาร่า, ป็อกเด้ง […]

จามรี สัตว์ในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดในเทือกเขาหิมาลัย

จามรี

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสัตว์วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสัตว์ที่หลายๆคนไม่ค่อยได้ยินชื่อกันบ่อยนัก เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ในตำนานแห่งเทือกเขาหิมาลัย สัตว์ชนิดนั้นก็คือ จามรี ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสัตว์ที่มีความพิเศษและมีประโยชน์มากมาย ลักษณะภายนอกคนทั่วไปอาจจะคิดว่า จามรี เป็นเหมือนวัวควายแต่ความเป็นจริงนั้นจามรีนั้นเป็นอย่างไรวันนี้มีคำตอบกันค่ะ สิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับ จามรี จามรี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Bos grunniens เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งที่เป็นสัตว์เท้ากีบอยู่ในวงศ์ตระกูลเดียวกับวัวและควาย ทำให้ลักษณะรูปร่างภายนอกของมันคล้ายคลึงกับวัวควาย จามรีตามธรรมชาติทั่วไปจะมีความสูงประมาณ 1.6-2.2 เมตร มีความยาวประมาณ 2.5-3.3 เมตรและมีน้ำหนักมากถึง 300-1,000 กิโลกรัมเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งแถมยังเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตหนาวเย็นจัดในเขตเทือกหิมาลัย แถวทิเบต มองโกเลีย และรัสเซีย ลักษณะทั่วไปของจามรี คือ มีขนยาวตลอดทั้งตัวและมีความละเอียดอ่อนสีของขนมีทั้งสีน้ำตาลเข้ม ดำ และขาว แต่โดยส่วนมากเราจะเห็นจามรีเป็นสีน้ำตาลเข้ม ช่วงเขาใหญ่มากขายวัวกระทิง หางยาว จามรีถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์ตัวหนึ่ง เพราะมนุษย์เราใช้ประโยชน์จากจามรีมากมายไม่ว่าจะเป็น การรับประทานเนื้อและนมของจามรี ใช้เป็นยานพาหนะ ขนของมันสามารถนำมาทำเป็นเครื่องนุ่มห่ม ทั้งนี้จามรีมีประโยชน์อย่างมากไม่เว้นแม้แต่มูลของมันก็ยังสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยได้ด้ยเช่นกัน สายพันธุ์ของจามรีมีด้วยกัน 2 สายพันธุ์ซึ่งก็คือจามรีป่าและจามรีบ้าน โดยจามรีบ้านก็คือ จามรีที่คนเพาะเลี้ยงไว้เพื่อประโยชน์ต่างๆ ส่วนจามรีป่าก็คือจารมีที่อาศัยอยู่ในป่าซึ่งจะมีขนาดตัวและพละกำลังที่มากกว่าจามรีบ้านหลายเท่า ว่ากันว่าจามรีเป็นสัตว์ที่อึดถึกทนที่สุดตัวหนึ่งไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่เทือกเขาสูงและอากาศหนาวจัดได้ เรื่องราวน่ารู้ของจามรี และนี่ก็เป็นเรื่องราวความรู้ของสัตว์ที่เรียกได้ว่าเเข็งแรงที่สุดตัวหนึ่งของโลก รู้หรือไม่ว่านอกจากนี้แล้วจามรียังมีความผูกพันไปถึงวัฒนธรรมและความเชื่อของมนุษย์ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อในพระพุทธศาสนา ที่มีการกล่าวถึงจามรีในเรื่องราวความอดทนของจามรีที่ได้เปรียบเทียบเป็นข้อคิดทางศาสนาพุทธ เช่น ประโยคที่บอกว่า […]

กระต่ายแองโกร่า ลูกบอลขนฟูมีชีวิต

กระต่ายแองโกร่า

สัตว์เลี้ยงสุดน่ารักที่จะทำให้ทุกคนหลงใหลในวันนี้เราอยากจะแนะนำเป็นกระต่ายแองโกร่า กระต่ายที่เรียกได้ว่าเป็นสายพันธุ์กระต่ายรุ่นดั้งเดิมที่เก่าแก่สายพันธุ์หนึ่ง กระต่ายแองโกร่า มีนิสัยที่ร่าเริงน่ารักน่าเอ็นดูที่มาพร้อมกับหน้าตา ขนฟูปุกปุย ที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็จะต้องหลงรักไปทุกรายอย่างแน่นอน  รู้จักที่มาที่ไปของ กระต่ายแองโกร่า กระต่ายแองโกร่า(Angora) นอกจากในเรื่องความเก่าแก่ของสายพันธุ์แล้วยังถือได้กระต่ายสายพันธุ์นี้เป็นกระต่ายที่ขนฟูมากที่สุดในโลก โดยต้นกำเนิดกระต่ายแองโกร่ามาจากเมืองหลวงแห่งหนึ่งของประเทศตุรกี นั่นก็คือเมืองแองการ่านั่นเอง ซึ่งชื่อของเมืองนี้ก็เป็นที่มาของ กระต่างแองโกร่า ตัวนี้ด้วย นอกจากนั้นแล้วยังมีชื่อที่มาจากเมืองนี้ในสายพันธุ์อื่นอย่างเช่น แมวแองโกร่าและแพะแองโกร่า ที่โด่งดังไปทั่วทุกทวีปอีกด้วย โดยปัจจุบันเราสามารถแบ่งสายพันธุ์แยกย่อยได้เป็นทั้งหมด 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ฝรั่งเศษ สายพันธุ์อังกฤษ สายพันธุ์เยอรมัน สายพันธุ์ซาติน และสายพันธุ์ไจแอนด์ ซึ่งความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ก็จะแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยแต่สิ่งที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของกระต่ายแองโกร่าในทุกสายพันธุ์ยั่นก็คือ ขนที่ฟูและยาว ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของกระต่ายแองโกร่า เป็นกระต่ายที่ค่อนข้างเชื่องตัวหนึ่ง และตามนิสัยพื้นฐานกระต่ายเลี้ยงทั่วไปก็จะมีนิสัยซุกซน ชอบสำรวจ กระโดดไปมา แต่ก็รักความสงบและชอบเข้าสังคมอยู่ด้วยกันหลายๆตัว การเลี้ยงดูกระต่ายแองโกร่า สำหรับการเลี้ยงดูกระต่ายแองโกร่านั้นค่อนข้างเหมือนกับกระต่ายสายพันธุ์ทั่วไปแต่มีข้อที่ควรระวังนั่นก็คือ เนื่องจากกระต่ายแองโกร่าเป็นกระต่ายที่มีขนค่อนข้างฟูและยาว ทำให้เมื่อต้องมาอยู่ในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย ควรจะระวังเรื่องอุณหภูมิและอากาศให้ดีๆ ไม่ควรให้อยู่ในสถานที่ที่ร้อนและอากาศไม่ถ่ายเทเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการฮีสโตรกได้ง่าย สำหรับเรื่องอาหารก็เช่นเดียวกับกระต่ายทั่วไป คือกินหญ้าแห้งเป็นหลัก มีให้อาหารเม็ดและขนมผสมได้บ้างหรือในบางครั้งก็อาจจะให้เป็นผลไม้แต่ควรเลือกชนิดให้ดีๆเพราะหากทานผลไม้มากเกินไปอาจทำให้ร่างกายของกระต่ายเกิดปัญหาขึ้นได้ อ่านบทความเพิ่มเติมhttps://weluvpet.com/exotic/ เครดิตภาพhttps://google.com/ เครดิต ufabet ขั้นต่ํา 1 บาท น้ำเต้าปูปลาออนไลน์

ไอโซพอด ทำความรู้จักกับไอต้าวน้อย สัตว์ดึกดำบรรพ์ล้านปี

ไอโซพอด

หลายๆคนอาจไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยก็ว่าได้แต่ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ ไอโซพอด(isopod) ที่เราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ล้านปี เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในยุคคาร์บอนิเฟรัส (Carboniferous) เกิดก่อนไดโนเสาร์และมีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยความแปลกของ ไอโซพอด จึงถือเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่น่าสนใจจนเราอยากนำมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักในวันนี้ ไอโซพอด สัตว์เลี้ยงสุดแปลก น่ารักไม่เหมือนใคร ไอโซพอด(isopod) เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระสันหลังและมีลักษณะลำตัวเป็นปล้องๆมีหลายขา คล้ายกับแมลง แต่ไม่ใช่แมลง เป็นสัตว์จำพวกครัสเตเชียน (Crustaceans) จำพวกเดียวกับกุ้ง ปู  สายพันธุ์ไอโซพอดมีมากกว่า 10,000 สายพันธุ์เลยทีเดียวซึ่งแบ่งสายพันธุ์ไอโซพอดเป็นบนบกและในน้ำอย่างละมากกว่า 5,000 สายพันธุ์ ไอโซพอด(isopod) มักหากินในตอนกลางคืนและกินซากพืช ซากสัตว์เป็นอาหารหลักและชอบหลบตัวในซอกไม้ ซอกหิน เป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากเลยใช่มั้ยคะ แต่ไม่เพียงเท่านี้ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกน่ารักไม่เหมือนใครทำให้ไอโซพอด(isopod) เป็นที่นิยมนำมาเลี้ยงมากขึ้นอีกด้วยค่ะไอโซพอด(isopod) มีลวดลายสีสันที่ไม่เหมือนใคร จึงทำให้กลายเป็นสัตว์ที่นิยมเอามาเลี้ยงมากขึ้น สายพันธุ์ไอโซพอดที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ Armadillidium  Porcellio และ Cubaris โดยสายพันธุ์ไอโซพอดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ Armadillidium เป็นสายพันธุ์ที่สามารถกลิ้งได้เมื่อถูกรบกวน ไอโซพอด(isopod) เป็นสัตว์ที่เลี้ยงได้ง่ายโดยการเลี้ยง isopod สามารถเลี้ยงได้ในกล่องพลาสติกหรือกล่องอะคริลิคเจาะรู ซึ่งควรเลือกขนาดกล่องโดยคำนึงถึงจำนวนที่ต้องการเลี้ยงด้วย และในการเลี้ยง isopod สิ่งสำคัญอีกอย่างคือขั้นตอนการเตรียมดินโดยให้นำดินหรือพีชมอส 3 ส่วน […]

เสือชีตาห์ ทำความรู้จักกับ ยอดนักล่าผู้ปราดเปรียว

เสือชีตาห์

เสือชีตาห์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับนักล่าผู้ปราดเปรียว แน่นอนว่าเสือชีตาห์นั้นเป็นสายพันธุ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในเรื่องของความเร็วในการวิ่ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากการวิ่งแล้ว เสือซีตาห์ยังมีความพิเศษอีกมากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะมาขยายเบื้องลึกของเจ้าเสือชีตาห์ตัวนี้กันรับรองว่าจะต้องน่าสนใจและบางเรื่องคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็เป็นได้ เจาะลึกเรื่องราวเกี่ยวกับเสือชีตาห์ เสือชีตาห์ เป็นเสือขนาดเล็กหนึ่ง ที่อาศัยดั้งเดิมจะอยู่ในเขตทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา ทะเลทรายซาฮารา แทนซาเนีย นามีเบีย ส่วนในเอเชียสามารถพบได้ในประเทศอิหร่าน ความพิเศษที่เป็นที่เลื่องลือของเสือชีตาห์นั้นคือความสามารถในการวิ่งเร็ว มันสามารถวิ่งได้เร็วถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้  เสือชีตาห์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Acinonyx jubatus ลักษณะทั่วไปของเสือชีตาห์คือ เป็นเสือรูปร่างปาดเปรียว ขนาดเล็กกว่าเสือดาวเล็กน้อย ขาขาว ขนมีสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีเขียวอมแดง มีลายจุดสีดำ เป็นสัตว์กินเนื้อที่มีความพิเศษนอกจากความไว คือสามารถปีนต้นไม้ได้ ทำให้เหยื่อที่ถูกเสือชีตาห์ไล่ล่านั้นเอาตัวรอดได้ค่อนข้างยาก เรียกได้ว่าเป็นเพชรฆาตแห่งทุ่งหญ้าสะวันนาเลยก็ว่าได้ อาหารที่มันล่าก็เช่น กวาง ม้าลาย กระต่าย นก แพะ แกะ ในการล่าของเสือชีตาห์จะได้เปรียบแค่ช่วงเวลากลางวันเท่านั้น เพราะในเวลากลางคือเสือชีตาห์ถือเป็นสัตว์ที่สายตาแย่มากแทบจะไม่สามารถมองเห็นได้ในเวลากลางคืน สายตาแย่ยิ่งกว่ามนุษย์ซะอีก นอกจากนั้นเสือชีตาห์มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากเสือทั่วไปคือ เสือปกติจะสามารถเก็บกรงเล็บซ่อนไว้ได้แต่เขี้ยวเล็บของเสือชีตาห์นั้นไม่สามารถซ่อนได้ ความแตกต่างระหว่างเสือชีตาห์ตัวเมียและตัวผู้คือ เสือชีตาห์ตัวเมียจะชอบอาศัยอยู่ตามลำพังเนื่องจากต้องเลี้ยงลูกและจะเข้าฝูงหรือเข้าหาตัวอื่นช่วงเวลาผสมพันธุ์เท่านั้น ส่วนตัวผู้จะเกาะกลุ่มอยู่เป็นฝูงเพื่อล่าเหยื่อนั่นเอง เสือชีตาห์กับอันตรายที่เข้ามาคุกคาม และนี่ก็เป็นเรื่องราวของเสือชีตาห์ที่เรานำมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักเจ้าเสือตัวนี้กันมากยิ่งขึ้นถึงความว่องไว และลักษณะพิเศษต่างๆของเสือชีตาห์ โดยในความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ เสือชีตาห์ถือเป็นสัตว์ที่ลดจำนวนลดอย่างมากโดยเฉพาะในเอเชียที่จากเดิมพบอยู่ในหลายที่แต่ปัจจุบันเหลือเสือชีตาห์เพียงแค่ในประเทศอิหร่านเท่านั้น การลดจำนวนลงของเสือชีตาห์นั้นแน่นอนว่าส่งผลต่อวัฏจักรธรรมชาติ และสาเหตุที่ลดจำนวนลงหนึ่งในนั้นคือ […]

ตุ่นปากเป็ด กับข้อเท็จจริงที่น่ารู้

ตุ่นปากเป็ด

ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับสัตว์ประจำท้องถิ่นออสเตรเลียตัวหนึ่ง พูดอย่างนี้แล้วหลายๆคนคงนึกไปถึงสัตว์น่ารักอย่างจิงโจ้ โคอาล่า แต่บอกเลยว่าสัตว์ที่เรานำมานั้นพิเศษกว่านั้น และสัตว์ชนิดนั้นก็คือ ตุ่นปากเป็ด บอกเลยว่าวันนี้ความน่ารักของตุ่นปากเป็ดจะต้องทำให้ทุกคนมีมุมมองต่อสัตว์ตัวนี้ที่เปลี่ยนไป เมื่อพร้อมแล้วไปทำความรู้จักตุ่นปากเป็ดสุดน่ารักกันเลย ทำความรู้จักที่มาของสัตว์ที่มีชื่อว่า ตุ่นปากเป็ด แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงชื่อของตุ่นปากเป็ดหลายๆคนคงรู้จักเป็นอย่างดี แต่คงไม่มีใครรู้เรื่องราวและหน้าตาของเจ้าตุ่นปากเป็ดได้อย่างเเท้จริงว่าจริงๆแล้ว ตุ่นปากเป็ดเป็นสัตว์แบบไหนกันนะ แต่บทความของเราวันนี้จะทำให้ทุกคนได้รู้จักเจ้าสัตว์ตัวนี้อย่างถ่องแท้เอง  ตุ่นปากเป็ด เป็นสัตว์ที่อยู่ในตระกูลเลี้ยงลูกด้วยนมกบุ่มโมโนทรีม ที่มีความพิเศษในการสืบพันธุ์กว่าสัตว์ตัวอื่นคือแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแต่ออกลูกเป็นไข่ ตุ่นปากเป็ด มีชื่อที่ถูกเรียกอยู่มากมายหลายชื่อไม่ว่าจะเป็น Platypus, Duckbill, mallangong, boondaburra, tambreet และ Duckmole ซึ่งตุ่นปากเป็ดเป็นสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืนและพักผ่อนในเวลากลางวัน เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บนบกแต่เวลาหากินมักจะกินกุ้งฝอย กุ้งนาง แมลงน้ำต่างๆจึงทำให้เรามักพบเห็นตุ่นปากเป็ดอาศัยอยู่ตามแม่น้ำลำธาร เพื่อหาอาหาร ว่ากันว่าตุ่นปากเป็ดนั้นเกิดมาจากการผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลานทำให้ลักษณะทั่วไปของตุ่นปากเป็ด มีลักษณะเหมือนตัวตุ่น ปากเหมือนเป็ด ลำตัวแบน และเป็นสัตว์ที่มีอุ้งเท้าที่เเข็งแรง เพื่อใช้ในการขุดดิน ลักษณะของเท้าจะเป็นพังผืด เนื่องจากใช้ในการว่ายน้ำขณะหาอาหาร ความพิเศษของตุ่นปากเป็ดจะอยู่ที่หางที่แบนที่สร้างมาจากไขมันที่ใช้เพื่อเก็บพลังงานขณะเข้าช่วงหน้าหนาวนั่นเอง ตุ่นปากเป็ดกับความพิเศษในตัว แน่นอนว่าอย่าที่ทราบกันดีว่าตุ่นปากเป็ดเป็นสัตวเลี้ยงลูกด้วยนมทำให้เป็นสัตว์เลือดอุ่นเหมือนอย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป การควบคุมอุณหภูมิร่างกายของตุ่นปากเป็ดจึงถือเป็นเรื่องที่น่าพิเศษอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะแม้ในฤดูหนาวร่างกายของมันก็ยังสามารถปรับตัวได้เพื่อรักษาสมดุลนี้ นอกจากนั้นอีกหนึ่งความพิเศษของตุ่นปากเป็ดคือ ต่อมพิษที่สามารถใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวจากสัตว์อื่นได้ โดยบริเวณต่อมพิษของวมันจะซ่อนอยู่ในขาหลังของมัน แต่พิษนี้เป็นเพียงเพื่อการปกป้องตนเองเท่านั้นไม่ได้มีไว้เพื่อหาอาหารหรือทำร้ายสัตว์อื่นแต่อย่างใด อ่านบทความเพิ่มเติมhttps://weluvpet.com/exotic/ เครดิตภาพhttps://google.com/

ค้างคาวขาวฮอนดูรัส สัตว์เลี้ยงสุดแปลกหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู

ค้างคาวขาวฮอนดูรัส

          เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยงสุดแปลกที่ประเทศเราไม่ค่อยเห็นกันมากนัก ค้างคาวขาวฮอนดูรัส ถือเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงแสนแปลกแต่น่ารักค่ะ ค้างคาวขาวฮอนดูรัสมีลักษณะขนสีขาวเหมือนก้อนสำลี มีลักษณะตัวเล็กจิ๋ว และมีจมูกเป็นเอกลักษณ์เพราะคล้ายจมูกของหมูนั่นเองค่ะ ค้างคาวขาวฮอนดูรัสมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศนิคารากัวและประเทศคอสตาริก้า ซึ่งค้างคาวขาวฮอนดูรัสนั้นมีแนวโน้มที่ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว ดังนั้นเราไปทำความรู้จักเพิ่มเติมกับสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักอย่างค้างคาวขาวฮอนดูรัสกันค่ะ ทำความรู้จักกับค้างคาวขาวฮอนดูรัส ค้างคาวขาวตัวจิ๋ว           ค้างคาวขาวฮอนดูรัส ได้รับขนานนามว่าเป็นค้างคาวที่ตัวจิ๋วและน่ารักที่สุดในโลก ด้วยลักษณะรูปร่างที่มีขนาดเล็กจิ๋วเพียง 37-47 มิลลิเมตรเท่านั้นเองค่ะ ตัดกับขนสีขาวปุยและจมูกกับใบหูสีเหลืองสุดน่ารัก โดยค้างคาวขาวเป็นสัตว์ทานพืช และสีเหลืองที่มาจากหูและจมูกของค้างคาวจิ๋วนั้นแท้จริงแล้วเป็นการดูดซึมแคโรทีนอยด์หรือสารที่มีความสำคัญต่อดวงตามนุษย์มากนั่นเองค่ะ โดยเจ้าค้างคาวขาวฮอนดูรัสนั้นชอบอาศัยอยู่ในใบไม้ใหญ่กันเป็นกลุ่ม โดยมีลักษณะนิสัยชอบห้อยโหนในยามกลางคืนค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสัตว์แปลกที่น่ารักแต่เต็มไปด้วยความซุกซนสุดๆนั่นเอง ค้างคาวขาวฮอนดูรัส ค้างคาวที่คนอยากนำมาเลี้ยงมากที่สุด           ด้วยความน่ารักและความจิ๋วของเจ้าค้างคาวขาวฮอนดูรัส ทำให้มีผู้คนนำมาเลี้ยงเป็นจำนวนมากและมีอีกหลายคนที่อยากจะเลี้ยงเจ้าค้าวคาวจิ๋ว แต่ข้อที่ควรรู้เลยคือ ค้างคาวขาวฮอนดูรัส นั้นมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์สูงมากค่ะ เพราะฉะนั้นเราสามารถศึกษาน้องได้แต่ไม่ควรนำมาเลี้ยงค่ะ ควรปล่อยให้เจ้าค้างคาวขาวฮอนดูรัสได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติและขยายเผ่าพันธุ์ต่อไปในอนาคตนั่นเอง และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเจ้าค้างคาวขาวฮอนดูรัส ทางเราหวังว่าเพื่อนๆจะได้รับประโยชน์และข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าค้างคาวขาวฮอนดูรัสกันมากขึ้นนะคะ สำหรับใครที่สนใจเจ้าค้างคาวจิ๋วสุดน่ารักพันธุ์นี้ก็สามารถนำข้อมูลเบื้องต้นจากทางเราไปศึกษาเพิ่มเติมกันได้นะคะ อ่านบทความเพิ่มเติม https://weluvpet.com/exotic/ เครดิตภาพ https://google.com/ เครดิต สลอต

10 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับ กิ้งก่าคาเมเลี่ยน

กิ้งก่าคาเมเลี่ยน

          กิ้งก่าคาเมเลี่ยนเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีลำตัวแบนและกล้ามเนื้อของหางมีความแข็งแรงมาก กิ้งก่าคาเมเลี่ยน เป็นสัตว์ที่คนนิยมซื้อมาเลี้ยง แต่น้อยคนนักที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับกิ้งก่าคาเมเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ซึ่งวันนี้ทางเราจึงอยากมาแชร์ 10 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับกิ้งก่าคาเมเลี่ยนที่ถือว่าเป็นสัตว์แปลกและสัตว์ exotic ให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ กิ้งก่าคาเมเลี่ยน ก่อนเลี้ยงน้อง ความหลากหลายชนิด กิ้งก่าคาเมเลี่ยนมีรูปร่างหน้าตาทึ่หลากหลายชนิดและหลากหมายสี มีมากถึง 150 กว่าชนิดเลยทีเดียว แต่สิ่งที่เหมือนกันเป็นส่วนใหญ่คือลักษณะที่โค้งงอของลำตัวกิ้งก่า ที่อยู่อาศัย สถานที่ที่สามารถพบกิ้งก่าคาเมเลี่ยนได้มากที่สุดก็คือเกาะมาดากัสการ์นั่นเอง เรียกได้ว่าเกือบครึ่งนึงของเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ที่นั่นเลยก็ว่าได้ค่ะ อีกทั้งยังพบในยุโรปตอนใต้ เอเชียและฮาวายอีกด้วย ความแตกต่าง กิ้งก่าคาเมเลี่ยนมีที่อยู่อาศัยที่หลากหลายและแตกต่างกันมาก บางชนิดอยู่ที่ทะเลทราย บางชนิดอยู่ที่ภูเขา หรือบางชนิดอาศัยอยู่ในป่าดงดิบ เพราะฉะนั้นใครที่ต้องการเลี้ยงกิ้งก่าคาเมเลี่ยนควรศึกษาสายพันธุ์ให้ดีก่อนนะคะ สายพันธุ์ยอดนิยม สายพันธุ์ของกิ้งก่าคาเมเลี่ยนที่ประเทศเรานิยมนำมาเลี้ยงกันมากที่สุดนั่นก็คือสายพันธุ์ แพนเทอร์ เวลล์ พาโซนี่ และแจ็คสันค่ะ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีลักษณะนิสัยและความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน รวมถึงสีสันและลักษณะภายนอก ขนาดและอายุ สำหรับใครที่ต้องการเลี้ยงกิ้งก่าคาเมเลี่ยน เรื่องที่ต้องควรรู้คือขนาดและอายุขัยของเจ้ากิ้งก่านั่นเองค่ะ ซึ่งกิ้งก่าคาเมเลี่ยนมีขนาด 2 นิ้ว จนถึง 2 ฟุตเลยล่ะค่ะ ซึ่งตัวที่มีสีสันสดใสก็จะเป็นเพศผู้นั่นเองค่ะ ซึ่งอายุขัยเฉลี่ยของกิ้งก่าคาเมเลี่ยนคือ 1-2 ปี […]