ปอมเมอเรเนียน น้องหมาตัวเล็กน่ารักที่ใครๆก็อยากเลี้ยง

ปอมเมอเรเนียน

หนึ่งในสุนัขสายพันธุ์ยอดฮิตที่สุด เรียกได้ว่าหันไปทางไหนก็ต้องเจอจะเป็นใครไปไม่ได้หากไม่ใช่ สุนัขสายพันธุ์ ปอมเมอเรเนียน ด้วยหน้าตาที่น่ารัก ความฉลาดแสนรู้ รักเจ้าของปอมเมอเรเนียนจึงถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่ฮิตที่สุดพันธุ์หนึ่ง สำหรับวันนี้เรามีวิธีเตรียมตัวสำหรับใครที่อยากจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนมาฝากทุกคนกันค่ะ เมื่อพร้อมแล้วไปดูกันเลย ปอมเมอเรเนียน สุนัขตัวเล็กน่ารักที่ใครเห็นเป็นต้องหลง เรามาเริ่มจากประวัติสายพันธุ์ของปอมเมอเรเนียนกันก่อนเลยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้างและปอมเมอเรเนียนมีกี่สายพันธุ์กันแน่ ปอมเมอเรเนียน ถูกตั้งชื่อตามจังหวัดของสายพันธุ์ก็คือจังหวัดปอมเมอเรเนียน ในประเทศเยอรมนี โดยบรรพบุรุษของสุนัขพันธุ์นี้ว่ากันว่ามาจากสุนัขที่อยู่ในสายพันธุ์สปิตซ์ เพราะด้วยลักษณะหน้าตาที่เป็นสุนัขหน้าจิ้งจอก หูตั้ง หน้ายื่น ขนยาวจึงเกิดข้อสันนิษฐานนี้ขึ้นมา นอกจากลักษณะภายนอกที่คล้ายจิ้งจอกแล้วบางคนก็ว่ากันว่าคล้ายตุ๊กตาหมีและตุ๊กตาเด็ก ปอมเมอเรเนียน เป็นสุนัขพันธุ์เล็กในกลุ่มทอย มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 10-16 ปีแม้ว่าจะเป็นสุนัขที่ตัวเล็กหน้าตาน่ารัก แต่บอกเลยว่าใจของเจ้าหมาตัวนี้ไม่ได้เล็กแบบตัวนะคะ เพราะปอมเมอเรเนียน นิสัยใจสู้และรักเจ้าของมาก หากใครมาทำร้ายเจ้าของมันละก็เรียกได้ว่าพร้อมพุ่งใส่เลยทีเดียว ถือว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่มีจิตใจผูกพันกับเจ้าของอย่างมาก เนื่องจากความผูกพันที่มีต่อเจ้าของนี้ทำให้ปอมเมอเรเนียนถือเป็นสุนัขขี้เหงาด้วยเช่นกัน น้องจะไม่ชอบอยู่คนเดียวแต่จะชอบการเข้าสังคม หากใครที่กำลังกังวลว่าเลี้ยงหมาพันธุ์นี้แล้วจะลำบากบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะเป็นน้องหมาที่พกพาไปไหนก็ได้ เข้ากับคนง่ายและชอบพบปะผู้คนและสถานที่ใหม่ๆ เรียกได้ว่าปอมเมอเรเนียนเป็นหมาที่พร้อมจะไปกับคุณได้ทุกที่ทุกเวลาเลยทีเดียว เรื่องสุขภาพที่ต้องระวังกับสุนัขสายพันธุ์ปอมเมเรเนียน สุนัขปอมเมเรเนียนถือได้ว่าเป็นพันธุ์หมาเล็กที่มีสุขภาพที่แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาวสายพันธุ์หนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามน้องก็มีโรคประจำสายพันธุ์ที่สามารถพบได้บ่อยๆอย่างเช่น โรคอ้วนที่เกิดจากการกินอาหารมากจนเกินไป โรคภูมิแพ้ที่เกิดจากอาการแพ้คันสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น เห็บ หมัด สังเกตได้ชัดหากสุนัขของคุณชอบเกาและเลียบริเวณใดซ้ำๆ เช่น เท้า ท้อง หู เป็นบริเวณที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับตาต่างๆ เช่น ตาเป็นต้อกระจก ตาแห้งโดยส่วนมากแล้วจะเกิดเมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้นนั่นเองค่ะ […]

รู้จักกับสุนัข บางแก้ว สุนัขพันธุ์ไทยพันธุ์แรกที่ได้รับการรองรับ

บางแก้ว

เมื่อพูดถึงสุนัขสายพันธุ์ไทยที่มีชื่อเสียงแน่นอนว่าใครๆก็จะต้องนึกถึงสายพันธุ์ บางแก้ว ทั้งหน้าตาที่น่ารัก ขนฟูฟ่อง แถมยังเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านระวังโจรขโมยได้เนื่องจากถือเป็นสายพันธุ์ที่ดุ สามารถเฝ้าบ้านได้เป็นอย่างดีจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมสุนัขสายพันธุ์บางแก้วจึงเป็นที่นิยมมากมายอย่างแพร่หลาย วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าวิธีเลี้ยงสุนัขบางแก้วนี้ต้องทำอย่างไรบ้างและมีที่มาจากอะไรพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ ที่มาและวิธีรับมือกับสุนัขสายพันธุ์ บางแก้ว สุนัขสายพันธุ์บางแก้ว มีต้นกำเนิดมาจากหมู่บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกในประเทศไทยของเรานี่เอง  สุนัขพันธุ์นี้เป็นสายเลือดผสมระหว่างสุนัขพันธุ์ไทยพื้นบ้านกับสุนัขป่าที่เรารู้จักกันในชื่อ หมาไน ถือเป็นสุนัขพันธุ์ไทยพันธุ์แรกและพันธุ์เดียวที่ผ่านการยอมรับจากระดับสากลในการประกวดสายพันธุ์และสร้างชื่อเสียงระดับโลก โดยลักษณะของสุนัขไทยบางแก้วนั้นคือ จะมีขนาดตัวใหญ่ขนาดกลาง เพศผู้สูงสุดได้ประมาณ 53 เซนติเมตร เพศเมียสูงสุดประมาณ 48 เซนติเมตร มีลักษณะเด่นอยู่ที่หน้าตาที่น่ารักเจ้าเล่ห์คล้ายกับสุนัขจิ้งจอก จมูกยาวดั้งหักมุมเล็กน้อย หูตั้ง ตากลมรี มีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีความคล่องแคล่วว่องไว ตื่นตัว แข็งแรง ซื่อสัตย์รักเจ้าของ หวงในบริเวณอาณาเขตของตัวเองทำให้นิยมเลี้ยงเป็นสุนัขเฝ้าบ้านได้อย่างดีไม่ต้องห่วงเรื่องโจรขโมย แถมยังสามารถฝึกได้อีกด้วย วิธีเลี้ยงสุนัขบางแก้วนี้ อาจจะต้องเตรียมพร้อมในการรับมือของพละกำลัง ความตื่นตัวของสุนัขสายพันธุ์นี้เพราะมีแรงค่อนข้างเยอะและแอคทีฟเนื่องจากมีสัญชาตญาณหมาไนซึ่งเป็นสุนัขป่าจึงไม่ต้องแปลกใจนิสัยซุกซนของสุนัขพันธุ์นี้เลย ส่วนในเรื่องของอาหารสามารถให้อาหารตามการเจริญเติบโตทั่วไปของอายุสุนัขได้เลย บางแก้วถือเป็นสุนัขที่กินง่ายอยู่ง่ายตัวหนึ่งจึงไม่มีปัญหาเรื่องอาหารมากนัก นอกเหนือจากนี้แล้วก็เป็นเรื่องของการทำความสะอาดควรอาบน้ำในอุณหภูมิที่พอเหมาะไม่ร้อนไม่หนาวเกินไปและอาบในช่วงเวลากลางวันเท่านั้นเพราะบางแก้วถือเป็นสุนัขที่มีขนเยอะ หากขนไม่แห้งสนิทดีอาจจะทำให้น้องเกิดอาการปอดบวมและมีอาการป่วยตามมาก็เป็นได้ วิธีเลือกบางแก้วยังไงให้ได้สุนัขพันธุ์ดี สำหรับวิธีการเลือกสุนัขพันธุ์บางแก้วนั้น ก่อนอื่นให้เลือกจากฟาร์มที่มีใบเพดดรีกรีก่อนเนื่องจากจะสามารถช่วยสแกนและคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีให้กับคุณได้ในเบื้องต้น แถมยังช่วยให้คุณได้ทราบถึงความเป็นมาและประวัติสายพันธุ์ของสุนัขตัวนั้นว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายมีลักษณะอย่างไร ไม่ต้องคอยเป็นห่วงเรื่องการผสมในเครือญาติกันเอง นอกเหนือจากนั้นควรเลือกลูกสุนัขบางเเก้วที่ได้รับฉีดวัตซีนและผ่านการถ่ายพยาธิตามกำหนดเพื่อให้ได้สุนัขที่สุขภาพดีและแข็งแรงนั่นเอง อ่านบทความเพิ่มเติมhttps://weluvpet.com/หมา/ เครดิตภาพhttps://canva.com

เยอรมัน เชพเพิร์ด สุนัขตำรวจที่คอยอารักขาเจ้านาย

เยอรมัน เชพเพิร์ด

หากใครที่กำลังสนใจสุนัขที่มีความฉลาดเป็นเลิศสามารถฝึกให้เชื่อฟังและทำตามคำสั่งบอกเลยว่าสุนัขพันธุ์ เยอรมัน เชพเพิร์ด ที่เรานำมาแนะนำทุกคนในวันนี้จะเป็นสายพันธุ์อันดับต้นๆที่ได้รับความนิยมเลยทีเดียว เพราะสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด ถือได้ว่าเป็นสุนัขที่คอยอารักขาและยังมีความสามารถเฉพาะตัวมากมาย การมีสุนัขเฝ้าบ้านเป็นเพื่อนคู่ใจดีๆซักตัวจะเป็นพันธุ์ไหนไม่ได้หากไม่ใช่สุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ดตัวนี้ ทำไมสุนัขพันธุ์ เยอรมัน เชพเพิร์ด จึงได้รับความนิยมให้เป็นสุนัขตำรวจ ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ ประวัติความเป็นมาของสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ อัลเซเซี่ยนกันเลย แน่นอนว่าดูจากชื่อนั้นก็ต้องรู้อย่างแน่ชัดแล้วใช่มั้ยคะว่า ต้องเป็นสุนัขที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนีเดิมทีสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสุนัขต้อนสัตว์แต่ด้วยสัญชาตญาณและความสามารถเฉพาะตัวทำให้มีการพัฒนาสายพันธุ์จนกลายมาเป็นสุนัขตำรวจอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ ซึ่งความสามารถของสุนัขพันธุ์นี้ที่โดดเด่นนั่นก็คือ ความแข็งแรง ความว่องไว ความกล้าหาญ ความจงรักภักดี และประสาทสัมผัสทางจมูกที่โดดเด่นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ดนั้นกลายเป็นสุนัขตำรวจได้อย่างไรเพราะความสามารถในตัวมันสามารถตอบได้ทุกอย่างแล้ว สุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ดถือได้ว่าเป็นสุนัขที่ขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ลักษณะโดยทั่วไปที่เห็นได้ชัดคือ จะมีหน้าผากเป็นโดม จมูกและปากยาวยื่นออกมา หางมียาวเป็นพุ่ม และสุดท้ายสีขนที่เป็นลักษณะเฉพาะจะเป็นสีน้ำตาลดำ สีแทนดำ และสีแดงดำ สุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด นิสัยค่อนข้างฉลาดและแสนรู้มากเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นสุนัขที่ฝึกได้อย่างเยี่ยมยอดเพราะชอบที่จะเรียนรู้และพร้อมทำตามคำสั่งอยู่เสมอ  การดูแลและสิ่งที่ต้องระวังสำหรับสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ดแน่นอนว่าเนื่องจากเป็นสุนัขที่มีขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่สิ่งที่จำเป็นอันดับแรกคือปริมาณอาหารที่เพียงพอต่อพละกำลัง เนื่องจากเป็นสุนัขที่ใช้พละกำลังค่อนข้างเยอะ ชอบออกกำลังกายเป็นอย่างมากเจ้าของที่อยากจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ดจึงต้องใส่ใจในส่วนนี้เป็นพิเศษและไม่ลืมใส่ใจในโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อต่อ โรคติดเชื้อที่ใบหู โรคเกี่ยวกับไขสันหลัง รวมถึงโรคกระเพาะบิดซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสุนัขสายพันธุ์นี้ด้วยเช่นกัน อ่านบทความเพิ่มเติมhttps://weluvpet.com/หมา/ เครดิตภาพhttps://google.com/

ยอรค์เชียร์ เทอร์เรีย หมาจิ๋วลุคคุณหนูสุดซุกซน

ยอรค์เชียร์ เทอร์เรีย

สุนัขตัวจิ๋วน่าตัวหน้าเอ็นดูที่เราจะ มาทำความรู้จักในวันนี้นั้นก็คือสายพันธุ์ที่มีชื่อว่า ยอรค์เชียร์ เทอร์เรีย ซึ่งหลายคนก็อาจจะเคยได้ยินมาบ้างกับสายพันธุ์นี้เพราะยอรค์เชียร์ เทอร์เรีย ถือเป็นสายพันธุ์หมาเล็กที่ค่อนข้างยอดฮิตและเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คนที่รักสุนัขวันนี้เราจะมาเจาะลึกต้นกำเนิดและลักษณะอุปนิสัยของเจ้าหมาน้อยสายพันธุ์ยอรค์เชียร์ เทอร์เรียไปพร้อมกัน เมื่อพร้อมแล้วตามไปดูกันเลยค่ะ ยอรค์เชียร์ เทอร์เรีย กับความสามารถเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน ยอรค์เชียร์ เทอร์เรีย ถูกจัดเป็นสุนัขสายพันธุ์ทอยเนื่องมาจากขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็ก สามารถพกพาไปไหนก็ได้ทุกที่ แถมยังเป็นสุนัขที่ฉลาดแสนรู้เรียกได้ว่ารู้งานจึงทำให้ยอรค์เชียร์ เป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมไปเต็มๆไม่ว่าจะเป็นในหมู่ดารา เซเลป คนดังมีชื่อเสียงต่างก็ชอบสุนัขสายพันธุ์นี้กันทั่วหน้า โดยประวัติความเป็นมาของสุนัขสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษที่ได้มีการผสมสองสายพันธุ์สุนัขอย่าง Clydesdale Terrier กับสายพันธุ์เทอร์เรียต่างๆจนได้มีการพัฒนาสายพันธุ์เกิดเป็น สุนัขยอร์คเชียร์ เทอร์เรียขึ้นและได้รับการแต่งตั้งจดทะเบียนสายพันธุ์ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1874 ทั่วไปแล้วหน้าตาและลักษณะทางกายภาพของสุนัขสายพันธุ์ยอร์คเชียร์ เทอร์เรียนี้คือ จะมีขนาดเล็กสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร หนักเพียงไม่เกิน 3 กิโลกรัม ขนยาวตรงสีขนที่เราเห็นได้ทั่วไปจะเป็นสีดำ สีน้ำเงิน และสีเทา มีอายุขัยประมาณ 12-15 ปี นิสัยยอร์คเชียร์จะค่อนข้างน่ารัก เป็นมิตร เข้ากับคนได้ง่าย เป็นสุนัขที่ชอบเข้าสังคม มั่นใจในตัวเอง รักการเดินทาง ติดเจ้าของมาก และมีความฉลาดแสนรู้สามารถฝึกได้ แถมยอรค์เชียร์ไม่ผลัดขนทำให้ยอรค์เชียร์เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้อย่างยิ่งอีกด้วย ข้อควรระวังในการเลี้ยงยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย เนื่องจากยอร์คเชียร์ เทอร์เรียเป็นสุนัขที่ชอบเข้าสังคม การพาออกไปข้างนอกจึงมีข้อควรระวังอย่างเช่น […]

ภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง ที่อาจอันตรายถึงชีวิต

ภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง

          ใครที่กำลังมีสัตว์เลี้ยงในครอบครองควรรู้จักภาวะหนึ่งที่อาจอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว นั่นก็คือ ภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง หรือ Primary Epilepsy เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า จึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติแก่สัตว์เลี้ยงของเราค่ะ ถ้าอธิบายเท่านี้เพื่อนๆอาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจน เพราะฉะนั้นเราไปทำความรู้จักเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ สาเหตุ และวิธีการการป้องกันของภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยงกันดีกว่าค่ะ ไปดูกันเลย รู้จักมากขึ้นกับ ภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง ที่ควรระวัง            ภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง หรืออาการชักเกร็งเกิดจากคลื่นไฟฟ้าในสมองของสัตว์เลี้ยงที่ทำงานผิดปกติ หรืออีกสาเหตุเกิดได้จากการส่งผลทางพันธุกรรมของสัตว์เลี้ยง สามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งสองกรณี และไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวก็สามารถเกิดภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน ส่วนใหญ่สามารถเกิดขึ้นกับสุนัขสายพันธุ์บีเกิล ไซบีเรียนฮัสกี้ พุดเดิ้ล หรือลาบราดอร์ เป็นต้น ซึ่งอาการลมชักคือเริ่มจากการชักกระตุกเฉพาะจุดที่ผิดปกติของสัตว์เลี้ยง เช่น ที่ปาก ที่ขา หรือใบหน้า และอาจส่งผลไปจนถึงอาการเกร็งในสุนัขหรือแมวทั้งลำตัวจนก่อให้เกิดอาการน้ำลายฟูมปาก แขนขาเหยียดเกร็งงอ ไปจนถึงอาการปัสสาวะเรี่ยราดไม่รู้สึกตัวค่ะ วิธีสังเกตก่อนสัตว์เลี้ยงของเราเกิดอาการภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง สามารถสังเกตได้จากสัตว์เลี้ยงของเราที่มีอาการเดินวน ร้องเสียงดัง และหลังจากอาการภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยงจะทำให้สัตว์เลี้ยงของเรามีอาการมึนงง ตาบอดชั่วขณะ หรืออาการเบลอจนเดินชนสิ่งต่างๆก็เป็นได้ค่ะ ซึ่งวิธีการรักษาและวิธีการป้องกันนั้นคือการหมั่นนำสัตว์เลี้ยงของเพื่อนๆไปตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำ ถ้าพบว่ามีภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง คุณหมอจะรักษาโดยการจ่ายยาระงับอาการชักให้เหมาะสมกับขนาดตัวของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดค่ะ  หมั่นสังเกตสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง            เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะลมชักในสัตว์เลี้ยง […]

ทำความรู้จักกับ ดัชชุน สุนัขไส้กรอกขาสั้นแสนรู้

ดัชชุน

ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเจ้าหมาน้อยสุดรักและแสนฉลาดกับเจ้าหมาน้อยสายพันธุ์ ดัชชุน หมาน้อยนักผจญภัย นิสัยร่าเริงตัวนี้จะมีความลับอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง นอกจากนั้นทุกคนจะได้รู้ถึงต้นกำเนิดความเป็นมาของดัชชุนว่าจริงๆแล้วนั้นเป็นอย่างไรเมื่อพร้อมแล้วเตรียมตัวรับมือกับความน่ารักของหมาน้อยดัชชุนกันได้เลยค่ะ ดัชชุนกับความน่ารักที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น | ดัชชุน ดัชชุน หรือจริงๆแล้วชื่อแด็กซันด์ เป็น เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กตัวหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนีสุนัขสายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จากสุนัขแบดเจอร์ที่มีชื่อว่า ดอกซี่ โดยทั่วไปเราจะคุ้นเคยกับสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนดีในชื่อ สุนัขไส้กรอก เนื่องมาจากช่วงลำตัวที่ค่อนข้างยาว และกล้ามเนื้อเยอะขาสั้น บวกกับจมูกที่ยาวยื่นออกมา ทำให้โดยรวมแล้วสุนัขสายพันธุ์นี้มีลักษณะคล้ายกับไส้กรอกนั่นเองค่ะ เดิมทีดัชชุนเป็น สุนัขล่าเนื้อใช้ในการดมกลิ่นเพื่อล่าสัตว์ต่างๆตั้งแต่สัตว์เล็กอย่าง กระต่าย จิ้งจอก หมูป่า กระรอกไปจนถึงตามล่าสัตว์ใหญ่ต่างๆ เพราะจมูกของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนนี้ขึ้นชื่อมากในความสามารถด้วยการดมกลิ่นและหาของ เมื่อรวมกับความคล่องแคล่วว่องไวด้วยแล้วไม่ต้องแปลกใจเลยที่ในอดีตจนถึงปัจจุบันต่างมีผู้คนมากมายที่ชอบสุนัขสายพันธุ์นี้ สำหรับนิสัยดัชชุนนั้น ค่อนข้างเป็นสุนัขที่ขยันขันแข็ง ร่าเริงมีความกล้าหาญและอ่อนน้อมอยู่ภายในตัวหากถูกฝึกอย่างดีแล้วแล้วก็จะเป็นสุนัขที่มีความสามารถมากเลยทีเดียว แต่ในบางครั้งและความซุกซนของดัชชุนก็อาจจะมีความดื้อแสบปนอยู่บ้างเล็กน้อยแต่โดยรวมแล้วถือว่าสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่ดีมากสายพันธุ์หนึ่งที่รักและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของและยังสามารถใช้งานได้ดีอีกด้วย การเลี้ยงดูสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน และนี่ก็เป็นอุปนิสัย ลักษณะ และต้นกำเนิดของสุนัขดัชชุนที่เราได้คัดและนำมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จัก นอกเหนือจากนั้นแล้วสำหรับการเลี้ยงดูสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน เป็นเรื่องที่ไม่ยากนักหากคุณเคยเลี้ยงหมาสายพันธุ์อื่นสุนัขสายพันธุ์นี้ถือเป็นสุนัขที่เลี้ยงดูได้ง่าย เพียงสิ่งสำคัญคุณต้องไม่ลืมที่จะพาสุนัขไปออกกำลังกายหรือออกไปนอกบ้านเพื่อปลดปล่อยพลังและเลือดนักล่าที่อยู่ในตัวเจ้าหมาน้อยดัชชุนนั่นเอง อ่านบทความเพิ่มเติมhttps://weluvpet.com/หมา/ เครดิตภาพhttps://google.com/

ทำความรู้จักกับความน่ารักของเจ้าตูบ สายพันธุ์ คอลลี่

คอลลี่

สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใครๆต่างก็ต้องหลงรัก ในวันนี้เราจะมาพูดถึงสุนัขสายพันธุ์ คอลลี่ ที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักของมนุษย์เรามาอย่างช้านาน และยังมีประโยชน์มากมายต่อฟาร์มเลี้ยงแกะ ความน่ารักน่าเอ็นดูของสุนัขคอลลี่และความฉลาดอันดับต้นๆของน้อง ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมทุกที่เห็นสุนัขคอลลี่นี้จึงตกหลุมรักกันทั่วหน้า ประวัติและความน่ารักของสุนัขสายพันธุ์ คอลลี่ สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่ (Border Collie) หรือที่เราเรียกกันว่า คอลลี่ เกิดมาในประเทศอังกฤษและสก็อตแลนด์ มีต้นกำเนิดมาจากสุนัขสายพันธุ์ Old Hemp ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุนัขที่ฉลาดแสนรู้สุดๆ มีประสาทสัมผัสที่ดี เหมาะแก่การเลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้านและในอดีตก็ได้มีการเลี้ยงไว้เพื่อต้อนแกะและเฝ้ายาม นั่นจึงทำให้สุนัขคอลลี่ได้รับสายเลือดจาก Old Hemp มาจนได้รับการขนานนามว่า เป็นสุนัขต้อนแกะที่ดีที่สุด ลักษณะทั่วไปของคอลลี่ คือเป็นสุนัขที่มีขนาดกลาง มีขนสองชั้นและมีสีแตกต่างกันไปโดยทั่วไปจะเห็นได้ในสีดำ สีแทน สีขาว สีน้ำตาลเข้ม สีแดงช็อกโกแลตผสมกันไป บางตัวอาจจะมีสีน้ำเงินลายและสีทองซึ่งจะเป็นสีที่หาดูได้ค่อยข้างยาก โดยทั่วไปบอร์เดอร์ คอลลี่ นิสัยค่อนข้างน่ารัก เป็นมิตร แสนรู้ เป็นสุนัขที่สามารถฝึกให้ทำตามคำสั่งได้ง่าย เหมาะสำหรับการประกวดความสามารถ นอกจากนั้นคอลลี่ยังเป็นสุนัขที่มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉงและว่องไว เพราะฉะนั้นหากใครกำลังสนใจเจ้าสุนัขพันธุ์คอลลี่การออกกำลังกายพาออกไปสิ่งๆบ่อยๆจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยทีเดียว ข้อควรรู้เกี่ยวกับสุนัขสายพันธุ์ คอลลี่ นอกจากเรื่องการออกกำลังกายที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว การเลี้ยงสุนัขพันธุ์คอลลี่จก็ต้องระวังโรคประจำสายพันธุ์ที่เกิดได้บ่อย เช่น โรคผิวหนัง โรคลมชัก โรควิตกกังวล และโรคเกี่ยวกับระบบกระดูกและข้อต่อ สิ่งที่ทำให้สุนัขคอลลี่มีร่างกายที่แข็งแรงคือการให้สารอาหารที่ครบถ้วนและจำเป็นและไม่ลืมที่จะพาไปตรวจสุขภาพอยู่เสมอนะคะ […]

วิธีรับมือกับ 8 ปรสิตอันตรายที่พบในสัตว์เลี้ยง สุดรัก

ปรสิตอันตรายที่พบในสัตว์เลี้ยง

ในสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักของทุกคนไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมว แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้เหล่าทาสและเจ้าของต้องกังวลและเป็นห่วงคงจะหนีไม่พ้น ปรสิตอันตรายที่พบในสัตว์เลี้ยง เพราะนอกจากจะเกาะกินเป็นกาฝากทำให้สัตว์เลี้ยงสุดที่รักของคุณสุขภาพย่ำแย่ลงแล้ว บางครั้งปรสิตเหล่านั้นก็อาจส่งผลกระทบมายังตัวของคุณเองด้วย วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีจัดการกับปรสิตอันตรายที่พบในสัตว์เลี้ยงให้ทุกคนได้รู้กัน ปรสิตอันตรายที่พบในสัตว์เลี้ยง สุดสยองที่ต้องระวังให้ดี ปรสิตที่พบในสัตว์เลี้ยงนั้นมีมากมายหลายชนิดด้วยกันไม่ว่าจะเป็น ปรสิตภายใน หรือปรสิตภายนอกที่เราสังเกตเห็นได้ชัด ปรสิต เป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับกาฝากที่จะมาคอยอาศัยและกัดกินเลือกหรือสารอาหารในร่างกายของสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพย่ำแย่ลงเรื่อยๆ วันนี้เราจึงมาแนะนำปรสิตทั้งหมด 8 อย่างที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายควรเฝ้าระวังไว้ให้ดี 1.เห็บ | ปรสิตอันตรายที่พบในสัตว์เลี้ยง เป็นปรสิตภายนอกที่เราพบเห็นได้บ่อยที่สุดในสุนัข แน่นอนว่าสุนัขที่เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติจะต้องถูกเห็บกัดกันดูดเลือดและส่งผลให้สุนัขคันจนเกิดเป็นโรคต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคผิวหนัง หรือโรคเลือดจางเนื่องจากถูกเห็บกัดกินดูดเลือดเป็นเวลานานก็จะทำให้สุนัขมีเกล็ดเลือดต่ำส่งผลให้ร่างกายไม่เเข็งแรง และอาจเป็นพาหะของ พยาธิในเม็ดเลือดได้อีกเช่นเดียวกัน 2.หมัด | ปรสิตอันตรายที่พบในสัตว์เลี้ยง หมัด ถือเป็นปรสิตอีกหนึ่งตัวที่พบเจอได้ในสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัขและแมว แม้ว่าจะเป็นปรสิตที่กัดกินเลือดเหมือนกัน แต่ความแตกต่างของเห็บกับหมัดคือ หมัดจะมีความว่องไวและมักจะกระโดดได้ไกล แถมยังเป็นพาหะของ พยาธิตัวตืด และเป็นสาเหตุหลักของอาการขนร่วงและโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง 3.พยาธิตัวตืด เป็นพยาธิที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว เป็นพยาธิที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้คอยดูดซึมสารอาหาร ทำให้สัตว์เลี้ยงของเราอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ลักษณะของพยาธิตัวนี้จะคล้ายๆกับ เมล็ดข้าว เป็นสีข้าวๆปล้องๆ โดยมักจะพอเจอในอุจจาระของสัตว์เลี้ยง โดยส่วนมากแล้วเหล่าพยาธิต่างๆที่เป็นปรสิตภายในจะสามารถกำจัดได้โดยการถ่ายพยาธิสัตว์เลี้ยงตามกำหนดอยู่เสมอ 4.พยาธิไส้เดือน เป็นหนึ่งในปรสิตที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงอย่างลูกสุนัขพยาธิตัวนี้จะอาศัยในร่างกายสุนัขผ่านการชอนไชทางผิวหนัง คอยแย่งสารอาหารจากสุนัขทำให้สุนัขร่างกายไม่แข็งแรง ซึม และเบื่ออาหารได้ 5.พยาธิปากขอ พยาธิปากขอเป็นพยาธิที่ถือว่าอันตรายตัวหนึ่งต่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งด้วยปากที่เป็นขอของมันจะทำหน้าที่เกาะเกี่ยวอยู่บริเวณลำไส้เล็กเพื่อดูดซึมเลือดของสุนัข ส่งผลทำให้สุนัขร่างกายอ่อนแอลง ท้องเสีย […]

วิธีเตรียมตัวรับมือกับ โรคในสุนัขที่พบเจอบ่อย

โรคในสุนัขที่พบเจอบ่อย

ก่อนที่จะเลี้ยงสุนัขสักตัวแน่นอนว่านอกจากความรักและความเอาใจใส่แล้ว เราควรที่จะศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์และอาการป่วยต่างๆของสุนัขด้วยในวันนี้เราจึงอยากที่จะมาแนะนำ โรคในสุนัขที่พบเจอบ่อย ทำให้เหล่าทาสหมาจะต้องปวดหัวและทุกข์ใจกันมากมายเลยทีเดียวเพราะโรคในสุนัขที่พบเจอบ่อยเหล่านี้บางโรคก็รุนแรงถึงขั้นไม่มีทางรักษาจนอาจทำให้สุนัขถึงแก่ชีวิตได้ รู้จักกับโรคในสุนัขที่พบเจอบ่อยและวิธีการรักษา อันตรายในสุนัขและส่งผลให้เกิดโรคในสุนัขที่พบเจอบ่อยสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทคือ 1.โรคที่ตอบสนองด้านภูมิคุ้มกัน(Immunologic responsiveness) เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบ โรคหืด 2.อันตรายจากการถูกกัดและข่วน 3.โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ในสามประเภทนี้นำมาสู่โรคในสุนัขที่พบเจอบ่อยมากมายไม่ว่าจะเป็น โรคฉี่หนู(Leptospirosis) | โรคในสุนัขที่พบเจอบ่อย เป็นโรคติดเชื้อที่สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของคนได้ไม่ว่าจะเป็นทางบาดแผลที่ผิวหนัง เยื่อบุของตา ปาก และจมูก โดยเชื้อจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ ในบางครั้งอาจปะปนอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขังและตามสภาพแวดล้อมต่างๆที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ อาการของสัตว์ที่เป็นโรคฉี่หนู คือจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้ ตาแดง กล้ามเนื้ออักเสบ และตัวเหลือง ในกรณีที่รุนแรงสุนัขของคุณอาจป่วยจนช็อคและเสียชีวิต โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Rabies virus ผ่านทางน้ำลายของสุนัขซึ่งเป็นตัวการในการแพร่ระบาดเชื้อตัวนี้สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายคนและสุนัขด้วยกันเองจึงถือเป็รโรคติดต่อในสุนัขที่รุนแรงมาก อาการเริ่มแรกของโรคพิษสุนัขบ้าจะถูกแบ่งออกเป็นสามระยะ คือ ระยะเริ่มแรก สุนัขจะมีอุปนิสัยและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยและตอบสนองต่อแสงได้ลดลง อาการระยะที่สองคือระยะตื่นเต้น สุนัขจะมีอาการตอบสนองรุนแรงต่อเสียงและการกระตุ้นต่างๆ ดูกระวนกระวายและไล่งับแมลงหรือวัตถุที่ขวางหน้า วิ่งโดยไร้จุดหมาย รวมถึงมีอุปนิสัยดุร้ายมากขึ้นและมีน้ำลายไหลย้อยและลิ้นห้อยตลอด ระยะสุดท้ายคือระยะอัมพาต อาการของสุนัขจะเริ่มไม่มีแรง ขาอ่อนเปลี้ย ล้มแล้วลุกเองไม่ได้ เกิดเป็นอัมพาตทั้งตัวอย่างรวดเร็วแล้วเสียชีวิตหลังจากนั้น ส่วนมาก สุนัขที่เป็นโรคนี้มักแสดงอาการให้เห็นในระยะที่สองนั่นก็คือระยะตื่นเต้น โรคไข้หัดสุนัข(Canine […]

รู้จักกับอุปนิสัยและสายพันธุ์ของเจ้าหมา ชิบะอินุ

ชิบะอินุ

วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดโลกความน่ารักของสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดในสายพันธุ์ตัวหนึ่ง ที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ ชิบะอินุ สุนัขสุดน่ารัก พลังงานล้น ขี้เล่น ด้วยหน้าตาที่น่ารักตะมุตะมิ ทำให้เจ้าสุนัขพันธุ์ชิบะอินุ กลายเป็นสายพันธุ์ที่ใครหลายๆคนหลงรักและเป็นสายพันธุ์สุนัขในฝันของหลายๆคนเลยก็ว่าได้ ความน่ารักของสุนัขพันธุ์ ชิบะอินุ ที่คุณต้องหลงรัก ชิบะอินุ เพียงแค่ดูจากชื่อแน่นอนว่าจะมีต้นกำเนิดมาจากที่ไหนไม่ได้เลยหากไม่ใข่ประเทศญี่ปุ่น โดยที่มาของชื่อ ชิบะอินุ นั้นมาจากคำว่า อินุ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นแปลได้ว่า สุนัข และชิบะ ที่มีความหมายว่า พุ่มไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีเป็นสีแดง เปรียบเสมือนขนของเจ้าสุนัขพันธุ์นี้ที่มีเอกลักษณ์ด้วยสีน้ำตาลอมแดงๆนั่นเอง  อุปนิสัยของหมาชิบะ คือ มีความแอคทีฟสูง เป็นหมาพลังงานเยอะ มีความคล่องแคล่วว่องไวด้วยลักษณะของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเนินเขาทำให้ สุนัขญี่ปุ่นตัวนี้ มีรูปร่างและกายภาพที่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เหมาะแก่การล่าสัตว์เลี้ยง ด้วยนิสัยที่มีความกล้าหาญ อัธยาศัยดี เป็นมิตรและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของจึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่เจ้าหมาชิบะตัวนี้จะทำให้ใครหลายๆคนต้องหลงรัก หนึ่งในสิ่งที่คนมักจะสับสนเกี่ยวกับสายพันธุ์ชิบะอินุคือ มักจะไปสับสนกับสายพันธุ์ อาคิตะ ที่มีรูปร่างหน้าตาและลักษณะที่คล้ายกัน แต่จุดสังเกตที่แยกได้อย่างชัดเจนนั่นคือขนาดตัวเพราะ อาคิตะจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าชิบะอยู่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว โดยทั่วไปแล้วชิบะอินุ จะมีสีอยู่ด้วยกันทั้งหมดหลัก 4 สีผสมกันไปคือ สีแดง สีดำ สีงาแดง และสีแทนโดนลักษณะขนของเจ้าสุนัขพันธุ์นี้จะเป็นขนสองชั้น โดยขนชั้นนอกจะเป็นสีหลักๆตามที่เราได้กล่างมาแต่ขนชั้นในส่วนมากแล้วมักจะเห็นเป็นสีครีม สิ่งที่ซ่อนเร้นในสุนัขพันธุ์ชิบะอินุ นอกจากอุปนิสัยที่เข้ากับคนง่าย ซื่อสัตย์ รักเจ้าของแล้วชิบะอินุยังมีความคิดที่เฉลียวฉลาด หากฝึกหัดน้องให้ดีๆแล้วล่ะก็จะเป็นสุนัขที่ดีตัวนึงเลยทีเดียว […]